วันนี้ผมจะมารีวิวเกม Tulip Bubble กันครับ เกมนี้เป็นเกมที่ผมเล่นเป็นเกมแรกของปี 2018
ได้เล่นสองครั้งก็อยากเขียนรีวิวเกมนี้ เพราะเป็นเกมที่ผมว่าค่อนข้างสนุก เพราะต้องใช้สมองในการคำนวณ ต้องใช้การ forecast เข้ามา ซึ่งจริงๆก็คือใช้ดวงนั้นแหละ 55 แต่ผสานกันได้อย่างลงตัว เหมือนได้เข้าไปจำลองการเล่นหุ้นกับเพื่อนๆกันลยทีเดียว

ที่มาของชื่อเกม Tulip Bubble นี้มาจาก วิกฤตการณ์ทางการเงินสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คือวิกฤตในตลาดดอกไม้ เป็นเหตุการณ์ที่มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นครั้งแรก มีทั้งการเก็งกำไรและปั่นราคากันอย่างบ้าคลั่ง จนก่อฟองสบู่ขึ้นมาในระยะเวลาแค่ 2-3 เดือน แล้วเมื่อราคาสูงจนไปต่อไม่ไหวแล้วฟองสบู่ดอกไม้ก็แตกดังโพล๊ะ ดอกทิวลิปที่เคยมีราคาสูง ก็ร่วงโรยกลับมาเป็นดอกไม้ธรรมดาดังเดิม

ไปอ่านรีวิวกันเลยดีกว่าครับ

ภาพรวมของเกม

Tulip Bubble เป็นเกมที่ผู้เล่นแต่ละคนจะเล่นเป็นผู้ซื้อขายดอกไม้ ที่ต้องการทำกำไรให้สูงที่สุดก่อนที่ฟองสบู่ตลาดดอกไม้จะแตก เกมนี้จะมีดอกไม้หลักๆสามสี ซึ่งแต่ละสีเองจะมีการขึ้นลงของราคาตลอดเวลา และผู้เล่นจะต้องหาโอกาสทำกำไรจากการขึ้นลงของราคาดอกไม้ พูดให้เข้าใจง่ายๆคือ ซื้อให้ถูก ขายให้แพง แค่นั้นแหละครับ นอกจากนี้เรายังสามารถขายดอกไม้ให้แก่ผู้สะสมเพื่อรับเงินส่วนเพิ่มได้อีกด้วย ความยากและความสนุกของเกมนี้คือ การชึ้นลงของราคาดอกไม้ ที่เกิดจาก event ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของราคา และเกิดจากการซื้อ
ดอกทิวลิปของผู้เล่นกันเอง

หากใครมีเงินมากพอที่จะซื้อดอกทิวลิปพิเศษ คือดอกทิวลิปสีดำได้ก่อนก็จะเป็นผู้ชนะ ถ้าไม่มีใครซื้อได้ก่อนฟองสบู่แตก คนที่มีเงินเยอะที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะแทน ถ้ามีมากกว่าหนึ่งคนที่สามารถซื้อดอกทิวลิปดำได้ ก็จะมานับว่าใครมีเงินมากที่สุด

อุปกรณ์ในการเล่น

กระดาน

การ์ดดอกทิวลิป 51 ใบ (มี 3 สี สีละ 17 ใบ) และ การ์ดดอกทิวลิปดำ 1 ใบ

การ์ดนักสะสม 8 ใบ จะมี (+20 1 ใบ) (+15 3 ใบ) และ (+10 4 ใบ)

Starter Token 3 อัน

Tulip Price maker 3 อัน

แผ่นกั้น 5 แผ่น

แผ่นประมูลราคา 15 อัน (มี 5 สี สีละ 3 อัน)

เหรียญ

และการ์ด event ตลาด 11 ใบ (ดูภาพใน Event Phase ในหัวข้อวิธีการเล่น)

วิธีการเล่น

การจัดเตรียม

นำกระดานซื้อขายดอกไม้มาวางไว้ตรงกลาง และนำ Tulip Price Marker สามสี วางตรงช่องกำหนดราคาหลักโดยสุ่มเรียงในช่อง 2,3,4 (II,III,IV)

นำการ์ดทิวลิปมาวางเรียงสามแถว ในช่อง Next Shipment , New Arrival and Just sold จำนวน สองใบ บวกกับจำนวนผู้เล่นทั้งหมด
(หากมีสองคนก็ให้วาง 4 ใบ)

วางการ์ด Collector ตามช่องที่กำหนด  +20 +15 +10

แจกเงินเริ่มต้นให้แต่ละผู้เล่นคนละ 20 เหรียญ แผ่นปิดเหรียญ และ Token ประมูลของ ตามสีของผู้เล่นแต่ละคน

 การเล่น

เกมนี้จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 Phase ก็คือ Event Phase , Selling Phase , Buying Phase และ Clean up Phase ตามลำดับ แต่ผมจะขออธิบายเริ่มจาก Buying Phase ก่อนเพราะว่าในตาแรก เราจะเริ่มเล่นที่ Buying Phase และเพื่อความเข้าใจในการอ่านที่ง่ายขึ้น

Buying Phase – เฟสนี้เป็นเฟสที่จะให้ผู้เล่นแต่ละคนทำการประมูลดอกไม้กัน โดยผู้เล่นจะต้องนำ Token ประมูล วางบนดอกทิวลิปที่ต้องการ โดยการวาง token ประมูล มาประมูลราคาแข่งกัน

ซึ่งการวาง token ประมูล หากมีอันเดียวบนการ์ดดอกไม้ การ์ดใบนั้นก็จะถูกซื้อตามราคาตลาดโดยที่ไม่มีคู่แข่งนั่นเอง

แต่ถ้ามีการวาง Token ประมูลมากกว่า 1 อัน บนการ์ด ผู้เล่นทุกคนที่วาง token ในนั้นจะต้องทำการประมูลราคาแข่งกัน โดยคนที่มีแผ่น
Starter Token วางด้านหน้าจะได้เปิดประมูลราคาเป็นคนแรก หากคนต่อไปต้องการสู้ราคา ก็ต้องประกาศราคาที่สูงกว่าคนก่อนหน้า เมื่อจบการประมูล ผู้เล่นที่ได้การ์ดดอกทิวลิปจะต้องจ่ายค่าประมูลให้แก่ผู้เล่นที่เข้าประมูลทุกคนเท่าๆกัน ส่วนที่เกินมาให้จ่ายเข้ากองกลาง และต้องจ่ายค่าดอกไม้ตามราคาตลาดเข้ากองกลางเช่นกัน

ยกตัวอย่าง เช่น การ์ดดอกทิวลิป มีคนเข้าประมูล 3 คน โดยคนแรกประกาศราคาที่ 3 เหรียญ คนที่สองประกาศราคาที่ 5 เหรียญ คนที่สามขอผ่าน หลังจากนั้นคนแรกประกาศที่ 7 เหรียญ และ คนที่สองขอผ่าน ในกรณีนี้ผู้เล่นคนแรกจะต้องจ่าย เหรียญให้แก่ผู้เล่นคนที่สองและ คนที่สามคนละ 3 เหรียญ ส่วน 1 บาทจ่ายเข้ากองกลาง และจ่ายค่าดอกไม้ตามราคาตลาด ณ ตอนนั้น

นอกจากนี้ผู้เล่นสามารถซื้อดอกทิวลิปได้สองแบบ คือ การซื้อเงินสด และ การซื้อเงินเชื่อ

วิธีการซื้อเงินเชื่อเหมือนกับซื้อเงินสด แต่แตกต่างกันที่ผู้เล่นจะต้องนำ token ประมูลวางไว้บนการ์ดดอกทิวลิปที่ซื้อเชื่อมา พร้อมกับเหรียญเท่ากับราคาตลาดตอนที่ซื้อ เพื่อไว้จดจำราคาที่ต้องจ่าย ณ ตอนนั้น ข้อดีของการซื้อเชื่อ คือ ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีเงินสดมากพอที่จะซื้อดอกไม้ เราก็สามารถซื้อดอกไม้มาล่วงหน้าก่อนได้เพื่อนำมาเก็งกำไร และก็เหมือนเป็นการจองการ์ดดอกไม้ไปในตัว

นอกจากนี้การซื้อเชื่อดอกไม้จะช่วยให้ผู้เล่นคงสภาพคล่องของเงินสดได้ดี เพราะในการประมูลดอกไม้ เราจะต้องมีเหรียญอย่างน้อยเท่าที่กับประมูล ยกตัวอย่างเช่น หากเราไปประมูลแข่งที่ 7 เหรียญ เราต้องมีเหรียญอย่างต่ำเท่ากับ 7 เหรียญเพื่อจ่ายแก่ผู้เล่นคนอื่นที่เข้าร่วมประมูล หากเหรียญไม่พอ เราก็ต้องยอมการประมูลในครั้งนั้นไป

ยิ่งไปกว่านั้นดอกไม้ที่ติดเงินเชื่อสามารถซื้อให้เป็นดอกไม้เงินสดตอนไหนก็ได้ เพื่อสามารถนำ Token ที่ใช้จองซื้อเชื่อมาใช้ประมูลได้อีกด้วย

Clean up Phase – เฟสนี้ จะเป็นการปรับราคาดอกไม้ และ เปลี่ยนสินค้าในตลาด

การปรับราคาดอกไม้ ทำโดยการนับดอกไม้ทั้งหมดในตลาด หากดอกไม้สีใดมีจำนวนมากที่สุดในตลาด ราคาของดอกไม้จะถูกปรับลดลงมา
1 ระดับ และหากดอกไม้สีใดมีจำนวนน้อยที่สุดราคาของดอกไม้สีนั้นจะปรับขึ้น 1 ระดับ หากมีสีใดที่มีจำนวนมากที่สุดเท่ากัน หรือ น้อยสุดเท่ากัน ก็จะปรับลงพร้อมกันทั้งคู่ โดยเอาตัวที่อยู่หน้าสุดปรับราคาก่อน (ในกรณีที่ราคาขึ้น) หรือ เอาตัวที่อยู่หลังสุดปรับราคาลงก่อน (ในกรณีราคาลดลง)
หากไม่สามารถปรับราคาได้ก็ให้อยู่ที่เดิม เช่น สีเหลืองอยู่ในช่องราคา II แต่มีสีแดงอยู่ช่อง I ถึงสีเหลืองก็จะราคาตก สีเหลืองก็ยังอยู่ที่เดิม

การเปลี่ยนสินค้าในตลาด ทำโดยการเอาดอกไม้ในช่อง Next shipment เลื่อนมาอยู่ใน New Arrival และ ตัวที่อยุ่ใน New Arrival และ Just Sold  ในตาก่อนให้เอาออกทิ้งไป และก็เติมสินค้าใน Next shipment ให้แทนที่ช่องที่ว่าง

Selling Phase – เฟสนี้เป็นเฟสที่จะให้ผู้เล่นทำการขายดอกไม้ โดยผู้เล่นสามารถเลือกที่จะขายในตลาด หรือ ขายให้แก่ผู้สะสม (Collector) โดยผู้เล่นที่มีแผ่น Starter Token อยู่ด้านหน้า จะเป็นผู้ทำการซื้อขายเป็นคนแรก

ในกรณีที่ผู้เล่นต้องการขายดอกไม้ให้แก่นักสะสม ดอกไม้ที่ขายนั้นจะต้องเป็นดอกไม้ที่ไม่ติดเป็นการซื้อเชื่อ ดังนั้น ผู้เล่นจะต้องมีเงินสดเพียงพอที่จะเปลี่ยนดอกไม้ที่ติดซื้อเชื่อด้วยเงินสดให้ได้ก่อน จึงจะสามารถขายให้นักสะสมได้

แต่ผู้เล่นสามารถขายดอกไม้ที่ซื้อเชื่อในตลาดได้ ยกตัวอย่างเช่น ผู้เล่นได้ซื้อเชื่อดอกไม้ในราคา 10 เหรียญในตาก่อนๆ ต้องการที่จะขายดอกไม้ในตานี้ โดยที่ราคาตลาดในตานี้มีราคา 15 บาท ผู้เล่นก็จะได้กำไร 5 เหรียญ

ดอกไม้ที่ขายในตลาดจะถูกนำไปเติมในช่อง Just Sold แต่ถ้าขายให้ Collector ก็ให้เอาออกไปในกองทิ้ง เพราะเป็นการขายแก่นักสะสม ไม่ใช่ขายสู่ตลาด

(มีการเล่นทางเลือกสำหรับการขายอีกแบบ คือ ถึงแม้จะขายเงินเชื่อก็ต้องมีเงินสดเพียงพอเพื่อเปลี่ยนเป็นดอกไม้จริงให้ได้ ก่อนที่จะทำการขาย)

Event Phase – เฟสนี้จะเป็นการเปิดไพ่ event ซึ่งไพ่ event ในเกมจะมีทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่

1.1 Rise เป็นการ์ดที่จะทำให้ราคาดอกไม้สีนั้นที่เปิดมามีราคาเพิ่มขึ้น 1 ช่อง

1.2 Surge เป็นการ์ดที่จะทำให้ราคาดอกไม้ที่มีราคาสูงที่สุด มีราคาเพิ่มขึ้น 2 ช่อง

1.3 Crash เป็นการ์ดที่จะทำให้ราคาดอกไม้ที่มีราคาสูงที่สุด มีราคาลดลง 2 ช่อง

1.4 Bubble Burst การ์ดฟองสบู่แตก เกมจะหยุดลงทันทีที่การ์ดนี้ถูกเปิดขึ้นมา และทำให้ดอกไม้ทั้งหมดในมือของผู้เล่นมีมูลค่าเท่ากับ 0

 ต้องการสั่งซื้อเกม Tulip Bubble


ประสบการณ์หลังจากการเล่น

เป็นเกมที่ต้องใช้ทักษะในการคำนวณพอสมควร คำว่า Cost – Benefit กับ Risk – Reward จะลอยขึ้นมาในหัวตลอดทั้งเกม แต่ความสนุกของเกมนี้คือ ถ้าทักษะการคำนวณของแต่ละคนไม่ต่างกันมาก สุดท้ายก็จะแอบมาวัดดวงกันพอสมควร ถ้าเล่นสัก 3-4 ตาจะรู้ว่าการเปิดการ์ดดอกไม้ที่ขายในตลาดค่อนข้างส่งผลมากกับเกม และรวมถึงการที่ผู้แข่งขันเลือกที่จะทำภารกิจ Collector แย่งกันอาจจะทำให้เราเสียโอกาสไปอย่างมาก กลายเป็นว่าเกมนี้ต้องมีการ forecast เข้ามาร่วมด้วยอีก เลยอดคิดไม่ได้ว่า นี่มันเหมือนกับการซื้อขายหุ้นกันเลยนี่หว่า แต่แน่นอนว่าเกมนี้ไม่มี insider นะครับ ยกเว้นจะมีคนโกงแอบดูไพ่ event ถ้ามีใครชอบเกมแนวคำนวณ หรือ แนวเล่นหุ้น นอกจาก Stockpile แล้ว Tulip Bubble ต้องเป็นเกมถัดไปต่อจากนี้อย่างแน่นอนครับ

ความเห็นทิ้งท้าย

เป็นเกมขนาดกลางที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมแบบต้องใช้ความคิด เป็นเกมที่สามารถทำให้มองเห็นภาพการซื้อขายในตลาดหุ้นในระดับเบืองต้นได้

ข้อดี

  • ฝึกสมอง การคำนวณ การคาดการณ์
  • วิธีการเล่นหลากหลาย ต้องปรับตามสถานการณ์

ข้อเสีย

  • คนที่ไม่ชอบเกมแนวที่ต้องใช้ความคิดจะไม่ค่อยอยากเล่น
  • อุปกรณ์ในการเล่นมีเยอะ ง่ายต่อการสูญหาย

ซื้อขาย แย่งชิงดอกไม้และเงินตรา ให้คะแนนเกมนี้อยู่ที่ 7.0/10 ครับ สำหรับคนชอบคิด วางแผนการซื้อขาย

 ต้องการสั่งซื้อเกม Tulip Bubble

บทความที่น่าสนใจ