Review I’m the Boss เถียงกันให้ตายกันไปข้าง เพราะธุรกิจยอมไม่ได้!

เคยอยู่ในห้องประชุมกันไหมครับ? ไม่ว่าใครก็ต้องเคยมีประสบการณ์ในการปรึกษาหารือ ทำข้อตกลง หรืออย่างน้อย ๆ ก็ต้องเคยประชุมงานกลุ่มกันบ้างใช่ไหม? เราทุกคนต่างรู้ว่าบรรยากาศของการได้ถกเถียง เสนอความคิดของตัวเอง และปัดตกข้อเสนอของอีกฝ่ายเป็นยังไง

แล้วถ้ามันเป็นเรื่องของธุรกิจที่มีเงินมาเกี่ยวข้องด้วยล่ะ? ยิ่งแบบนี้ ต่างฝ่ายต่างก็ต้องการผลประโยชน์สูงสุดกับตนเอง ยิ่งต้องยอมกันไม่ได้เข้าไปใหญ่ แล้วถ้าเราได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์แบบนั้นในการเล่นบอร์ดเกมจะเป็นยังไง?

วันนี้เราจะพาทุกคนเข้าสู่ห้องประชุมหารือธุรกิจระดับโลก ไปกับเกม I’m the Boss ครับ

ภาพรวมของเกม

I’m the Boss เป็นเกมประเภท Negotiation หรือ เกมที่ต้องใช้ฝีปากในการเจรจา ตกลง เพื่อให้ตนเองได้ผลประโยชน์สูงสุดในตอนจบ โดยเราจะได้รับบทเป็นนายทุน ซึ่งจะออกทุนในการทำธุรกิจในแต่ละ Project อย่างไรก็ตาม Project แต่ละงาน ต้องใช้เงินจากนายทุนมากกว่า 1 คน นั่นทำให้เราต้องตกลงการแบ่งเงินของ Project ดังกล่าวกับคู่แข่ง เพื่อให้เขานอกจากจะยอมรับข้อเสนอแล้ว เรายังต้องได้ผลประโยชน์มากที่สุดด้วย

เกมนี้สามารถเล่นได้ 3-6 คน (แนะนำ 4 คนขึ้นไป) และใช้เวลาเล่นประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง ซึ่งยืดหยุ่นตามการเจรจาของผู้เล่น

อุปกรณ์ในการเล่น

เกมนี้ค่อนข้างมีอุปกรณ์การเล่นหลากหลาย โดยประกอบไปด้วย

  1. บอร์ดในการเล่น
  2. การ์ดตัวละครนายทุน
  3. การ์ด Project ที่บอกมูลค่าเงินต่าง ๆ ถ้า Deal สำเร็จ
  4. การ์ดพิเศษต่าง ๆ
  5. หมากในการเดิน 1 ตัว
  6. ลูกเต๋าสำหรับทอย
  7. เงินหลักล้านในจำนวนต่าง ๆ
การ์ด Investor placards
การ์ด Clan
การ์ด Travel
การ์ด Cash
การ์ด Boss
การ์ด Recruitment
การ์ด Stop
การ์ด Travel

ทั้งนี้ จะขออธิบายในส่วนของการ์ดพิเศษ ซึ่งจะมีผลต่อการเล่นของเกมอย่างมาก และแบ่งเป็นหลายประเภทดังนี้

  1. การ์ดตัวแทนนายทุน – ใช้เพื่ออ้างสิทธิ์ว่ามีตัวละครนายทุนนั้นในตานี้ได้ โดยผลของการ์ดจะหมดไปเมื่อผ่านตาปัจจุบัน
  2. การ์ดส่งนายทุนไปทำงานต่างประเทศ – ใช้เพื่อขัดขวางให้ผู้เล่นที่มีตัวละครนายทุนนั้น ๆ ให้หมดสิทธิ์ในการมีนายทุนในครอบครองไป 1 ตา ซึ่งเป็นการขัดขวางการเจรจาต่อรอง และยังทำให้ Project ล่มได้อีกด้วย
  3. การ์ดส่งใครก็ได้ไปต่างประเทศ – เหมือนกับการ์ดส่งนายทุนไปทำงานต่างประเทศ แต่จะใช้กับตัวละครนายทุนตัวไหนก็ได้
  4. การ์ด Stop – ใช้เพื่อป้องกันการ์ดต่าง ๆ ที่อีกฝ่ายใช้ใส่ตนเอง โดย Stop ไม่สามารถใช้กับ Stop ได้
  5. การ์ด I’m the Boss – ใช้เพื่ออ้างสิทธิ์ในการเป็น Boss ในตานั้น ซึ่งจะเป็นผู้มีสิทธิ์ขาดเพียงผู้เดียว ในการแบ่งสรรเงินในตานั้น การ์ด I’m the Boss สามารถใช้หลายครั้งได้ใน 1 ตา โดยผู้เล่นที่ใช้เป็นคนสุดท้าย จะได้สิทธิ์เป็น Boss ในท้ายสุดเสมอ
  6. การ์ดซื้อตัวนายทุน – ใช้เพื่อซื้อนายทุนจากกองกลางก่อนเสมอ หรือ ถ้าไม่มีนายทุนในกองกลาง ให้ซื้อนายทุนจากผู้เล่นอื่นได้ 1 คน (หากซื้อตัวนายทุนจากผู้เล่นที่มีนายทุนอยู่คนเดียว จะต้องคืนนายทุนคนนั้นในตอนจบตา)

วิธีเล่น

ขั้นตอนเตรียมการเล่น

  1. แจกจ่ายตัวละครนายทุนให้ผู้เล่นคนละ 1 ตัว นายทุนที่เหลือให้วางไว้ที่กองกลาง
  2. แจกการ์ดพิเศษให้ผู้เล่นคนละ 5 ใบ
  3. วางหมากสำหรับเดินไว้ที่ช่องไหนก็ได้บนบอร์ด

กฎหลักของเกม

ในตาของผู้เล่น ให้ทอยเต๋าเพื่อเดินหมาก และเดินหมากไปตามจำนวนหน้าเต๋าที่ออกมา เมื่อตกที่ช่องใดช่องหนึ่งแล้ว เจ้าของตาจะมีตัวเลือกอยู่ 2 อย่าง

  1. เปิด Deal
  2. จั่วการ์ดพิเศษเพิ่ม 3 ใบ แล้วผ่านตาให้คนต่อไปทางด้านซ้ายเล่น (ผู้เล่นแต่ละคนสามารถถือการ์ดได้สูงสุด 12 ใบเท่านั้น หากจั่วมาเกิน จะต้องทิ้งออกจนกว่าจะเหลือ 12 ใบ)

หากผู้เล่นเลือกที่จะเปิด Deal ให้ดูช่อง Project ที่หมากเดินไปตกว่า ต้องการนายทุนคนไหนบ้างในการทำธุรกิจ แล้วจึงเปิดการ์ด Project จากนั้นนำมูลค่าเงินของ Project นี้ คูณกับจำนวน $ ในช่องที่ตก จะเป็นจำนวนเงินที่ได้หาก Project นี้ Deal กันได้สำเร็จ เช่น (2,000,000 x $$$$$ = 10,000,000)

เจ้าของตาจะมีสิทธิ์เป็น Boss ซึ่งจะต้องเป็นคนแบ่งสรรเงิน ให้แก่ผู้เล่นที่ถือครองนายทุนแต่ละคนที่มีส่วนร่วมในการทำ Project ให้สำเร็จ เช่น หากธุรกิจต้องการ A B C ผู้เล่นที่ถือครอง A (เจ้าของตา) อาจแบ่งเงิน 10,000,000 ให้ตนเอง 4 ล้าน ผู้เล่นที่มี B 3 ล้าน และ ผู้เล่นที่มี C อีก 3 ล้าน (ครบ 10 ล้านพอดี) ทว่า ในระหว่างนี้ ผู้เล่นทุกคนสามารถเล่นการ์ดพิเศษในมือ เพื่อขัดจังหวะหรือเปลี่ยนแปลงการเป็น Boss ได้ตลอดเวลา และจะใช้การ์ดกี่ใบก็ได้ใน 1 ตา

หากผู้เล่นที่มีส่วนร่วมใน Project นี้ตกลงกันครบทุกคน ให้แจกจ่ายเงินตามจำนวนที่ตกลงกัน ปิดช่องปัจจุบันด้วยการ์ด Project ที่พลิกไปด้านที่สำเร็จแล้วและจบตา ให้ผู้เล่นทางด้านซ้ายเป็นคนเล่นต่อ

เกมจะเล่นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งผ่านไป 9 Project การ์ด Project ใบต่อไปจะระบุหน้าเต๋าที่จบเกมไว้ เช่น 1 หากผู้เล่นคนต่อไปทอยเต๋าได้หน้า 1 เกมก็จะจบลงทันที หรือ เล่นไปเรื่อย ๆ จนการ์ด Project หมดจากกอง ก็จะถือว่าจบเกม ผู้เล่นคนไหนที่มีเงินมากที่สุดจะถือเป็นผู้ชนะไป

ประสบการณ์ที่ได้รับหลังการเล่น

หัวร้อนแน่นอน เพราะเราจะต้องคุยกับคนอื่นอยู่ตลอดเวลา หรือไม่ ถ้าเราเป็นเจ้าของตาซะเอง กว่าจะตกลงกันเสร็จ จนเกือบจะได้เงินกันแล้ว ก็อาจจะถูกขัดจังหวะให้ไปเริ่มคุยกันใหม่ตั้งแต่ต้น จากการใช้การ์ดพิเศษของคนอื่นก็ได้! ดังนั้น เกมนี้จะช่วยกระชับสัมพันธ์ทางไมตรีกับเพื่อน (หรือคนไม่รู้จัก) ได้เป็นอย่างดี เพราะเราจะได้เห็นธาตุแท้ ความละโมบ ความกวนตีน ของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน ถือเป็นเกมที่เล่นแล้ว จะเข้าใจเลยว่าคำว่า “คุยกันไม่รู้เรื่อง” เป็นยังไง!

ความเห็นทิ้งท้าย

ความสนุกของเกมเจรจา คือการพูดคุยกันระหว่างผู้เล่น เราไม่มีทางรู้สึกสนุกในเกมประเภทนี้ได้ หากทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีการขัดขา ไม่มีการต่อรอง ดังนั้น แนะนำให้เล่นเกมนี้กับกลุ่มเพื่อนสนิท คนที่พร้อมจะเถียง ไม่ใช่คนเงียบ ๆ ที่ยอมให้ปิดดีลง่าย ๆ เพราะเกมจะน่าเบื่อเอามากๆ

ข้อดี

  • มีการขัดขา เพิ่มความเผ็ดร้อนให้กับการเล่น – สร้างประสบการณ์ใหม่ทุกครั้งที่เล่น
  • ส่งเสริมให้เกิดปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นอย่างมาก
  • สร้างประสบการณ์ใหม่ทุกครั้งที่เล่น

ข้อเสีย

  • หากไม่มีการเจรจาในการเล่น เกมจะน่าเบื่อมาก
  • อาจจะโดนเพื่อนแกล้งจนหัวร้อนเกินไป

เป็นบอร์ดเกม ที่ใช้ปากและไหวพริบในการเล่นค่อนข้างสูง

สรุป

Review I’m the Boss เถียงกันให้ตายกันไปข้าง เพราะธุรกิจยอมไม่ได้!

ความสนุก
ความง่าย
ความนิยมในคาเฟ่

Summary

บอร์ดเกมใช้ปากเป็นอย่างไรมาพิสูจน์ได้กลับเกมนี้

4

Post a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *