“เกมลูกเต๋า” เป็นบอร์ดเกมประเภทหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมอย่างมากมาตั้งแต่เมื่อก่อน โดยจะสังเกตได้ว่าทั้งเกมเศรษฐี, บันไดงู หรือ ทอยเต๋าผจญภัย บอร์ดเกมคลาสสิคเหล่านี้ต่างใช้ “ลูกเต๋า” เป็น Mechanic สำคัญในการดำเนินเกมตั้งแต่ต้นไปจนจบ

อย่างไรก็ตาม แม้เกมที่ขับเคลื่อนโดยลูกเต๋าจะได้รับความนิยมมาก แต่ก็มีผู้เล่นอีกกลุ่มนึงที่รู้สึก “แอนตี้” กับเกมประเภทนี้มากเช่นกัน ด้วยเหตุผลที่รู้สึกว่าเกมนั้น ๆ น่าเบื่อ หรือ พึ่งดวงมากเกินไป จนไม่สามารถคิดวางแผนได้… แต่วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับบอร์ดเกมหนึ่ง ซึ่งแม้จะใช้ลูกเต๋าเป็นตัวขับเคลื่อน แต่ก็มีความสนุก และสามารถคิดวางแผนได้อย่างแยบยล กับ “Dice Age : The Hunt” ครับ

ภาพรวมของเกม

Dice Age : The Hunt เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างเกมจำพวก Gamble, Set Collection และ Resource Management ซึ่งใช้การทอยเต๋าเป็น Mechanic หลักในการเล่น โดยมี Concept คือ เราจะได้รับบทเป็นชนเผ่ามนุษย์ยุคหิน ที่ต้องแข่งขันกับชนเผ่าอื่น ๆ ทำการล่าสัตว์และหาอาหาร เพื่อเก็บแต้มให้มากที่สุดภายในเวลา 4 รอบนั่นเอง

โดยเกมนี้สามารถเล่นได้ตั้งแต่ 2 – 4 คน (แนะนำ 4 คน) และใช้เวลาเล่นประมาณ 30 – 45 นาที

อุปกรณ์ในการเล่น

เกมนี้มีอุปกรณ์ในการเล่นหลัก ๆ อยู่ 3 ประเภท คือ ลูกเต๋า, การ์ด และ Tile พิเศษ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.  ตัวละครมนุษย์หินสีต่าง ๆ สำหรับผู้เล่น

2. ลูกเต๋า ซึ่งจะมีทั้งลูกเต๋าอันเล็ก, ลูกเต๋าอันใหญ่ ตามสีของผู้เล่น รวมถึงลูกเต๋าอันใหญ่สีใสอีกหนึ่งลูก

3. การ์ดอาหาร ซึ่งระบุแต้มและจำนวนต่างกันตามประเภท

4. การ์ดรางวัล ที่มีอยู่หลายประเภท บ้างได้รางวัลเดียว บ้างได้ 2 รางวัลในใบเดียว

5. Tile ความสามารถพิเศษ 3 แบบ

6. Tile เปลือกหอย ซึ่งจะมีแต้มซ่อนอยู่ด้านล่าง

วิธีเล่น

ขั้นตอนเตรียมการเล่น

1.  เปิดการ์ดอาหารและนำไปวางตาม Slot เต๋าหน้าต่าง ๆ ให้ครบทั้ง 7 ช่อง (1 – 6 และ พิเศษอีก 1 Slot)

2. ปิดการ์ดรางวัลยุคที่ 1 ตามช่องที่ระบุจำนวนผู้เล่นด้านบน ช่องละ 2 ใบ

3. จัดเรียง Tile ความสามารถพิเศษ 3 แบบ และนำลูกเต๋าสีใสมาวางไว้กลางบอร์ด

4. แจกตัวละครมนุษย์หิน ลูกเต๋าเล็ก 4 ลูก และ ลูกเต๋าใหญ่ 1 ลูก ตามสีของตัวละครแก่ผู้เล่น

5. สุ่มผู้เล่นคนแรก

 กฎหลักของเกม

ในเกมนี้ “ลูกเต๋า” ของผู้เล่น เปรียบเสมือนคนในชนเผ่าของเรา ลูกเต๋าเล็กคือ “คนในชนเผ่า” ซึ่งมีค่าพลัง 1 แต้ม ในขณะที่ลูกเต๋าใหญ่คือ “หัวหน้าชนเผ่า” ซึ่งมีค่าพลัง 1.5 แต้ม

ในแต่ละรอบของผู้เล่นแต่ละคน ให้ทอยเต๋าทั้งหมดที่อยู่ ณ ปัจจุบัน จากนั้นเลือกหน้าเต๋าที่ต้องการ แล้วนำไปวางใน Slot ที่มีหน้าเต๋าเดียวกันทั้งหมด เปรียบเสมือนการส่งคนออกไปล่าสัตว์/หาอาหาร เช่น หากเราทอยเต๋า และออกหน้า 2 2 3 4 5 หากเลือกเลข 2 ต้องนำลูกเต๋าทั้งหมดที่ออกหน้า 2 ไปวางใน Slot อาหารเลข 2 ทันที เมื่อวางแล้วก็จะถือว่าจบรอบของตนเอง และเปลี่ยนเป็นตาของคนถัดไป

ทั้งนี้เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง ใช้ลูกเต๋าทั้งหมดของตัวเองแล้ว ผู้เล่นคนนั้นจะมีสิทธิเลือกชุดการ์ดรางวัลด้านบนก่อนทันที โดยจะเลือกอันไหนก็ได้ ซึ่งคนที่ใช้ลูกเต๋าของตัวเองจนหมดเป็นคนถัดมา ก็จะได้เลือกชุดการ์ดรางวัลจากที่เหลืออยู่เท่านั้น

ผู้เล่นทุกคนจะผลัดกันทอยเต๋าและเลือก Slot อาหารที่ต้องการล่า วนไปเรื่อย ๆ แบบนี้ จนกระทั่งทุกคนไม่มีลูกเต๋าอยู่ในมือแล้ว จะถือว่ารอบนี้จบลง และจะมาดูผลของการล่ากันในแต่ละ Slot

การดูผลการล่า จะดูตามความสำคัญดังนี้

1.  ค่าพลังลูกเต๋ารวมกัน ใครที่มีค่าพลังสูงสุดใน Slot นั้น จะถือว่าล่าได้สำเร็จและได้อาหารไป

2. หากค่าพลังลูกเต๋าเท่ากัน ลูกเต๋าสีไหนที่มาวางทีหลัง จะถือว่าล่าได้สำเร็จและได้อาหารไป

 

เมื่อดูผลการล่าแล้ว ให้นำลูกเต๋าของสีที่ไม่ชนะ ไปวางใน Slot พิเศษ (ด้านขวาสุด) ดังนี้

1.  นำลูกเต๋าของสีอื่นใน Slot นั้นทั้งหมด ไปวางใน Slot ด้านขวาสุด

2. หากมีลูกเต๋าสีอื่น มากกว่า 1 สี ให้นำลูกเต๋าสีที่มาวางทีหลัง ไปวางใน Slot ด้านขวาสุด

เมื่อแจกแจงผลการล่าของ Slot 1 – 6 จนครบแล้ว ให้ดูผลการล่าของ Slot พิเศษ ตามหลักการเดิม

หลังจากจบรอบแล้ว ให้แต่ละคนเปิดการ์ดรางวัลเพื่อรับรางวัลตามที่ระบุในการ์ด เช่น อัพเกรดจากเต๋าเล็กเป็นเต๋าใหญ่, ได้ลูกเต๋าเพิ่ม, ได้เปลือกหอยเป็นแต้มพิเศษ, ได้ Tile ความสามารถไว้ใช้ในตาถัดไป และอื่น ๆ จนครบ

เริ่มรอบที่ 2 โดยการจัดเตรียมแบบรอบแรก แต่ให้เปิดการ์ดรางวัลในยุคที่ 2 แทน เล่นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจบรอบที่ 4 ถือว่าจบเกม

 

เมื่อจบเกมแล้วให้นับแต้มจากอาหารที่ล่าได้ และดูผลการได้แต้มพิเศษดังนี้

1.  แต้มจากการล่า สัตว์ที่ล่าบางชนิด รวมถึงผลไม้บางประเภท จะระบุแต้มพิเศษที่มุมขวาด้านบนของการ์ด ในตอนจบเกม ใครสามารถล่าอาหารชนิดนั้นมาได้มากที่สุด ก็จะได้แต้มพิเศษตามที่ระบุไว้ด้วย

2. แต้มจากการเก็บ SET หากมีผู้เล่นคนไหน สามารถเก็บการ์ดอาหารได้ครบทั้งหมด 5 ชนิด จะได้แต้มพิเศษเพิ่มอีก 50 แต้ม

3. แต้มจากเปลือกหอย โดยเปลือกหอยแต่ละชิ้นจะมีแต้มพิเศษไม่เท่ากัน

 

เมื่อนับแต้มจนครบทุกประเภทแล้ว ใครที่มีแต้มสูงสุดถือเป็นผู้ชนะ


 ต้องการสั่งซื้อเกม DICE AGE


ประสบการณ์ที่ได้รับหลังจากเล่นเกม

Dice Age : The Hunt ถือเป็นเกมระดับปานกลางที่เป็นจุดลงตัวระหว่างการทอยเต๋า และ การวางแผน เพราะถึงเกมนี้จะใช้ระบบทอยเต๋าเป็นตัวขับเคลื่อนเกม แต่ถึงดวงจะไม่ดี เราก็สามารถได้แต้มจากกรณีอื่น ๆ ได้ และยังพลิกแพลงไปเล่นสายอื่นได้ หากรู้สึกว่าสายที่กำลังเล่นอยู่ไม่เวิร์คได้ด้วย จึงถือว่าเล่นได้เพลิน เข้าใจง่าย และยังช่วยบริหารสมอง ในการคิดพลิกแพลงสถานการณ์ได้ดีอีกด้วย

ความเห็นทิ้งท้าย

ชอบ Theme การล่าสัตว์ในยุคหิน เห็นได้ชัดเลยว่าคิดระบบออกมาดี มีความสมดุลสูง ถึงจะโชคไม่ดีก็ปรับเปลี่ยนไปเล่นวิธีอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ยังเล่นง่าย ไม่ง่ายเกินจนไม่สนุก ไม่ยากเกินจนหนักสมองเกินไป ถ้าใครกำลังมองหาเกมระดับกลางที่มี Mechanic ดี ๆ ล่ะก็ เกมนี้ก็เป้นตัวเลือกที่เข้าท่าทีเดียว

ข้อดี

  • สามารถพลิกแพลงการเล่นได้หลากหลายแนวทาง
  • มีระบบการแกล้งคนอื่น และพลิกแต้ม
  • นำกลับมาเล่นได้เรื่อยๆ

ข้อเสีย

คะแนน
  • 7.5/10
    Landmark Score - 7.5/10
7.5/10

Landmark Comments

ตัวการ์ตูนน่ารัก ใช้ลูกเต๋าเล่นเป็นหลัก เบาสมอง เล่นได้เรื่อยๆเลยครับ 🙂

แบ่งปันความสนุกให้เพื่อน