Tip and Trick 101 : How to win WTK

” ตำรายุทธพิชัยสามก๊ก หรือ WTK หนึ่งในเกม Party รูปแบบ Card Game สุดมันส์ที่ให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นแม่ทัพมีชื่อเสียงโด่งดังในตำนาน อาทิ เล่าปี่ โจโฉ ซุนกวน และอีกมากมาย เข้าหํ่าหั่นกันผ่านการ์ดกลยุทธ์ต่าง ๆ มากมายกว่า 100 ใบ แต่ในสังเวียนนี้ผู้เล่นจะมีวิธีเอาชนะได้อย่างไรกันบ้างล่ะ ? วันนี้เราจะมาสรุป 5 ข้อหลักในการเอาชนะสังเวียนครั้งนี้กันครับ ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกันเล้ย ! ”

1. เล่นตามสไตล์ของขุนผลที่เลือก

ขุนพลแต่ละใบมีความสามารถที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป บางใบเน้นการใช้การ์ดโจมตี หรือความสามารถบางอย่างที่เกี่ยวกับการ์ดโจมตี เช่น ขุนพลลิโป้ ที่เพิ่มความสามารถให้การ์ดโจมตีเราเมื่อใช้งานแล้ว เป้าหมายจะต้องทิ้งการ์ดป้องกัน 2 ใบเท่านั้นถึงจะไม่รับดาเมจ ความสามารถนี้ทำให้ลิโป้เป็นขุนพลที่ออกการ์ดโจมตีแล้วหวังผลได้ง่าย เพราะฝ่ายตรงข้ามตรงเสียการ์ด 2 ใบเพื่อป้องกันเรา

ต่อไปคือขุนพลทื่เน้นการใช้การ์ดอุบายเป็นหลัก เช่น ขุนพลหวงเย่อิง ที่มีความสามารถเมื่อเราใช้การ์ดอุบายเราจะสามารถจั่วการ์ด 1 ใบได้ทันที รวมถึงการใช้งานการ์ดอุบายจะไม่มีระยะทางจำกัดอีกด้วย หวงเย่อิงเป็นขุนพลแนวป่วนกระแสของเกม เนื่องจากระยะอุบายของเกมนี้เริ่มต้นที่ ระยะ 1 ทำให้ต้นเกม-กลางเกม หวงเย่อิงสามารถทำให้ขุนพลคนอื่น ๆ อ่อนแอลงทีละน้อย เพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้น

ขุนพลรูปแบบต่อไปคือ ขุนพลที่ความสามารถที่สามารถเล่นไปในทางไหนก็ได้ ไม่ว่าโจมตี หรือ อุบาย เช่น ลิบอง ที่มีความสามารถเมื่อเราไม่ได้ใช้การ์ดโจมตี จะทำให้รอบนั้นเราสามารถเก็บการ์ดไว้ได้ทั้งหมด นี่ทำให้ลิบองเป็นขุนพลที่สามารถเล่นแต่การ์ดอุบายในช่วงต้นเกม เพื่อสะสมการ์ดและผันตัวเองมาเป็นสายโจมตีได้ในเวลาที่เหมาะสม

หรือขุนพลอย่าง โลชก ที่มีความสามารถด้านการป้องกัน การ์ดปล้นเสบียง และ มีสุขลืมเมือง และอีกหนึ่งความสามารถที่ทำให้เมื่อเขาไม่มีการ์ดบนมือ เขาสามารถจั่วการ์ดได้ 1 ใบ ทำให้โลชกเป็นขุนพลที่เล่นแนวไหนก็ได้หากนำการ์ดอาวุธมาผสมเข้าด้วยกันก็จะเป็นสายโจมตีที่การ์ดไม่มีวันหมด หรือก็สามารถเล่นอุบายได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ขุนพลถูกแบ่งออกเป็น ขุนพลสายโจมตี ขุนพลสายอุบาย และขุนพลแบบผสม ( สามารถเล่นได้ทั้งโจมตีและอุบาย ) เลือกขุนพลที่เก่งกาจและเล่นอย่างถูกต้องย่อมได้เปรียบกว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ

2. ไม่จำเป็นต้องเล่นการ์ดทุกใบที่มี

ในเกมนี้ต่างจากเกมการ์ดอื่น ตรงที่เราสามารถเก็บการ์ดไว้บนมือได้ตามเลือดที่เหลืออยู่เท่านั้น การเล่นการ์ดบางใบอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี การติดอาวุธหรืออุปกรณ์โดยที่เราไม่มีการ์ดม้า+1 มาป้องกันอุบาย อาจทำให้กลายเป็นว่าเราให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปใช้เอง หรือใช้การ์ดโจมตีใส่ขุนพลที่พลังชีวิตยังสูงอยู่ นอกจากอาจจะโดนใช้ป้องกันสวนมาแล้ว ยังอาจโดนความสามารถของขุนพลคนนั้นกลับมาอีกด้วย รวมถึงความน่าไว้วางใจของเราก็จะลดลงด้วยเช่นกัน

บางครั้งการไม่ทำอะไรเลยก็เป็นเรื่องที่ดี ช้าแต่ชัวร์ ใจเย็น ๆ และสังเกตุกระแสของเกมครับ

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการโจมตีที่ดีสุด ติดอาวุธ เกราะป้องกัน ขี่ม้า เสริมความแข็งแกร่งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีและป้องกันในครั้งย่อมเป็นเรื่องที่ดี ไม่จำเป็นต้องรีบชิงทำศึกก่อนเสมอไป

3. เล่นการ์ดในจังหวะเหมาะสมเพื่อสร้างผลลัพธ์ให้มากที่สุด

ต่อจากข้อเมื่อกี้คือการใช้การ์ดในจังหวะที่เหมาะสมย่อมดีกว่าการใช้ทิ้งขว้าง หากเราเห็นโอกาสในการจัดการขุนพลคนอื่นให้ถึงตายใน 1 เทิร์นก็อย่าลังเลที่จะคว้าเอาไว้ ( ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับผู้เล่นว่ามั่นใจแค่ไหนว่าขุนพลคนนั้นเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่ด้วย ) หรือ ในจังหวะที่จักรพรรดิอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย และเราเป็นขุนพลแนวอุบาย เราสามารถใช้การ์ดอุบายต่าง ๆ ในจังหวะนี้ใส่ขุนพลคนที่มีการ์ดบนมือเยอะที่สุด หรือ ความสามารถอันตรายที่สุด เพื่อปกป้องจักรพรรดิและทำให้ขุนพลเหล่านั้นอ่อนแอลง วิธีนี้นอกจากคนดีแล้ว คนร้ายก็สามารถใช้ได้เช่นกัน เพราะจะสามารถซื้อใจจักรพรรดิได้ไม่น้อยเลยล่ะครับ

การบรรลุเป้าหมายให้สำเร็จนอกจากตัวเราจะต้องเป็นคนพยายามแล้ว ก็ยังปัจจัยอื่นเช่น จังหวะหรือโอกาส ที่รอให้เราสังเกตุเห็นและคว้าเอาไว้ ออกแอ็คชั่นน้อย ๆ แต่ส่งผลมาก

4. จักรพรรดิอย่าลังเลที่จะใช้อุบายโจมตีแบบกลุ่มในตอนต้นเกม-กลางเกม

จักรพรรดิเป็นเพียงบทบาทเดียวที่ถูกเปิดเผยตอนต้นเกม และเป็นเป้าหมายหลักของทุก ๆ บทบาท การที่ผู้เล่นจักรพรรดิจะดูออกว่าใครพวกหรือศัตรู นอกจากสังเกตุการกระทำแล้ว ยังมีอีกวิธีคือ ในช่วงต้นเกมถึงกลางเกมที่ผู้เล่นเริ่มเสียพลังชีวิตบางแล้ว ให้พยายามใช้อุบายที่ออกผลแบบกลุ่มอยู่เสมอ เพื่อเร่งกระแสของเกม และบีบคั้นให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ แสดงท่าทีที่ซ่อนไว้ออกมา แต่ก็ไม่ควรให้ถึงตายเพราะเราแค่ทำให้ผู้เล่นหํ่าหั่นกันได้ง่ายขึ้นเท่านั้น วิธีนี้เป็นเหมือนดาบสองคม มันอาจทำให้ภักดีของเราสามารถจัดการคนอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น หรืออาจจะทำให้คนอื่น ๆ จัดการภักดีของเราได้เช่นกัน ใช้เทคนิคนี้อย่างระมัดระวังนะครับ

เพราะอะไรผมถึงบอกว่า ไม่ควรให้ถึงตาย นั่นก็เพื่อหลักเลี่ยงบทลงโทษของเกม เมื่อผู้เล่นจักรพรรดิทำการสังหารภักดี นั่นเอง ( เสียการ์ดทุกใบ และ อุปกรณ์ทุกชิ้น )

ไม่เสียสละชัยชนะไม่เกิด เร่งกระแสเกมด้วยการทำดาเมจแบบกลุ่ม เพื่อบีบให้ผู้เล่นเผยธาตุแท้ออกมา แต่ก็ควรเตรียมพร้อมกับผลที่ตามมาให้ดี

5. เลือกใช้อาวุธให้เหมาะสมกับตัวละครและสถานการณ์

ในข้อนี้ หากขุนพลสายโจมตี เป้าหมายหลัก ๆ ของอาวุธที่ใช้คงไม่พ้น หน้าไม้กล ( ใช้การ์ดโจมตีได้เรื่อย ๆ ) , ดาบหยกจักรพรรดิ์ ( เกราะป้องกันไม่ทำงาน ) , ง้าวมังกรเขียว ( ตีซํ้าได้จนกว่าจะสำเร็จ )

หากขุนพลเป็นสายอุบาย เป้าหมายหลัก ๆ จะเป็นอาวุธที่เอาไว้อ่อนแอขุนพลคนอื่น ๆ เช่น กระบี่อิงฟ้า ( โจมตีขุนพลเพศตรงข้าม หากเขาป้องกัน เลือกสุ่มการ์ดทิ้งหรือจั่ว 1 ) กระบี่อัคคี ( โจมตีสำเร็จ เลือกว่าจะสุ่มทิ้งการ์ด 2 ใบ หรือให้รับดาเมจ 1 ) ธนูกิเลนเพลิง ( โจมตีสำเร็จ นำการ์ดม้าออก )

ผู้เล่นสามารถสับเปลี่ยนอาวุธได้ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม อาวุธแต่ละอันสามารถใช้แก้สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวมันเอง ( แต่ก็แนะนำว่า หากคิดจะติดอาวุธให้มีการ์ดโจมตีอย่างน้อย 1 ใบไว้เสมอเพื่อใช้งานได้ทันที )

นอกจากความสามารถขุนพล เทคนิคการเล่น อาวุธเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้เล่นชนะศึกครั้งนี้ เลือกอาวุธให้เหมาะสมเพราะเมื่อรวมเข้ากับความสามารถตัวละคร ประสิทธิภาพก็ยิ่งทวีคูณ!

Post a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *