ในยุคที่บอร์ดเกมกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากเพื่อน ๆ จะสามารถไปเล่นเกมส์ได้ที่ Boardgame Cafe (คลิกเพื่อดูรายชื่อร้าน) ที่มีอยู่ทั่วประเทศแล้ว การซื้อ Board Game กลับไปเล่นกับเพื่อน หรือครอบครัวที่บ้าน ก็ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กันสำหรับสาวกอย่างเรา 😀

สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักบอร์ดเกมส์มาก่อน ถ้าจะให้ง่ายที่สุดก็คงต้องยกตัวอย่างเกมส์เศรษฐี ซึ่งถือได้ว่าเป็นบอร์ดเกมส์ในยุคแรก ๆ ที่ใคร ๆ ก็น่าจะเคยสัมผัสกันมาบ้าง แต่ในปัจจุบัน บอร์ดเกมส์ได้รับการพัฒนาให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของตัวเกมส์​ รูปลักษณ์ภายนอก วิธีการเล่น รวมไปถึง Concept ของเกมส์ ไม่ว่าจะเป็นเกมส์แนว Strategy ที่ต้องใช้ทั้งความคิดและการวางแผน, เกมส์แนว Party ที่ใช้การบลัฟและโกหกฝ่ายตรงข้าม หรือบางเกมส์ที่พึ่งใช้แต่โชคและดวงของผู้เล่น แต่ทุก ๆ เกมส์ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันทั้งนั้นครับ นั่นคือการสร้างความสนุกสนาน เฮฮา กระชับความสัมพันธ์ให้กับผู้เล่นเกมส์ ได้เป็นอย่างดี

และแน่นอนครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำให้รู้จักกับ 5 Board Game น่าเล่น ที่เหมาะกับการเป็น Family Game และควรมีเอาไว้ติดบ้าน เพื่อความบันเทิงในยามว่าง และยังเป็นกิจกรรมที่ทุกคนในครอบครัวสามารถทำร่วมกันได้อีกด้วยครับ  :”)

1. Sushi Go!

The Pick and Pass Card Game

เริ่มกันที่เกมส์เบา ๆ กับ Sushi Go!  การ์ดเกมส์น่ารัก ๆ ที่จะให้ทุกคนในครอบครัวได้ไปนั่งอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่น และเลือกชุดอาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุดของแต่ละคนเพื่อสะสมคะแนนในแต่ละรอบของเกมส์ ซึ่งอาหารแต่ละจานมีทั้งการสะสม Sushi Roll ให้ได้มากที่สุด หรือเก็บ Sashimi ให้ครบ Set เพื่อรับแต้ม หากใครชอบกิน Nigiri ก็ต้องไม่ลืมที่จะหยิบคู่กับการ์ด Wasibi เพื่อสะสมแต้มเป็นสามเท่า นอกจากนี้ ยังมีของหวานตบท้ายเป็น ​Pudding แสนอร่อย ให้กับคนที่สะสมเก็บไว้มากที่สุดอีกด้วย

แหม่ .  . นั่งพิมพ์บทความไปก็หิวอาหารญี่ปุ่นขึ้นมาทันที ฮ่า ๆ สำหรับเกมส์​ Sushi Go! นั้น เล่นได้ตั้งแต่ 2 – 5 คน ครับ ระยะเวลาในการเล่นเกมส์โดยเฉลี่ย ประมาณ​ 15 – 20 นาทีโดยจะแบ่งการหยิบการ์ดเป็น 3 รอบ ในแต่ละรอบให้แจกการ์ดให้ผู้เล่นเท่า ๆ กัน 7 – 10 ใบ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เล่นครับ โดยผู้เล่นแต่ละคนจะเห็นการ์ดในมือตัวเอง และสามารถเลือกหยิบ อาหารที่ต้องการได้ เพียง 1 ชิ้น เมื่อหยิบมาแล้วให้หงายการ์ดไว้หน้าตนเอง จากนั้นจะต้องส่งการ์ดอื่น ๆ ในมือ ให้กับผู้เล่นคนถัดไปทางด้านซ้าย ในขณะเดียวกันเราก็จะได้รับ การ์ดที่เหลืออยู่ มาจากผู้เล่นทางด้านขวา ให้หยิบการ์ด อีก 1 ใบ และส่งต่อไปเรื่อย ๆ จนการ์ดหมดครับ จากนั้นนับคะแนนกันในแต่ละรอบ และเริ่มใหม่ โดยต้องไม่ลืมว่า การ์ดของหวานอย่าง Pudding นั้น จะรวมและเก็บไว้นับคะแนนเมื่อจบรอบสุดท้ายเท่านั้นครับ :”)

2. CODENAMES

Win or Lose, it’s fun to figure out the clues.

มาเริ่มเกมส์ที่สองกับการเป็นสายลับที่ต้องติดต่อกับ Agent ให้ได้ก่อนฝ่ายตรงข้าม ผ่าน CODENAME ที่ได้จาก Spymaster ของแต่ละทีมครับ ในแต่ละรอบ Spymaster จะให้คำใบ้ได้เพียงหนึ่งคำเท่านั้น โดยที่จะต้องพยายามให้คำใบ้ของตนเองสื่อความหมายไปยัง คำต่าง ๆ ที่วางอยู่บนกระดานให้ได้มากที่สุดครับ ฝ่ายไหนสามารถติดต่อกับ Agent ตนเองได้ครบก่อนฝ่ายนั้นก็จะชนะไปในเกมส์นี้ครับ

กติกาของเกมส์นี้ดูเหมือนจะง่ายใช่ไหมครับ แต่เดี๋ยวก่อน !!! ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่า คำศัพท์ที่วางอยู่บนกระดานนั้นเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษนั่นเองครับ . . . ผ่ า ง ง ง !!! ดังนั้น นอกจากความสนุกที่จะได้จากเกมส์นี้แล้ว ยังได้ฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวอีกด้วยนะ ฮ่า ๆ ตัวเกมส์กำหนดให้เล่นได้ตั้งแต่ 2 – 8 คน โดยแบ่งเป็นสองทีม สีแดงและสีน้ำเงินครับ ระยะเวลาเฉลี่ยในการเล่นประมาณ 15 – 20 นาที ในการ Set-up เกมส์นั้น ให้เริ่มจากการวาง คำศัพท์ แถวละ 5 คำ จำนวน 5 แถวบนกระดาน และเลือก Spymaster ของแต่ละทีมเป็นคนใบ้คำ โดย Spymaster ทั้งสองทีมจะได้รับการ์ดที่ระบุว่า Agent ของทีมและฝั่งตรงข้ามอยู่ ณ ตำแหน่งใดบนกระดานคำศัพท์ครับ จากนั้นให้แต่ละทีมสลับกันใบ้คำ พร้อมทั้งระบุว่าในแต่ละครั้งที่ใบ้นั้น หมายถึงคำในกระดานกี่คำ เช่น ถ้าใบ้ว่า “สงคราม 3” หมายถึงลูกทีมจะต้องหาคำที่เกี่ยวข้องกับสงครามทั้งหมด 3 คำบนกระดาน นั่นเองครับ เกมส์นี้จะจบเมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหา Agent ได้ครบ หรือมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปิดไปเจอ Assassin  ถือว่าฝ่ายนั้นก็จะแพ้ไปครับ

Spymaster ของทั้งสองทีมจะทราบตำแหน่งว่า Agent ของทีมตนเองอยู่ ณ จุดไหนบ้าง

3. Ticket to Ride

Your destinations are mine . . .

เพิ่มระดับความซับซ้อนและท้าทายให้กันอีกนิดกับ Ticket to Ride: Europe ที่จะพาคุณและครอบครัวเดินทางไปทั่วทวีปยุโรปตั้งแต่ Edinburgh, Munchen, Rome ไปจนถึง Constantinople กันทีเดียวครับ ตัวเกมส์ยังคง Concept เรียบง่าย และอลังการเหมือนในภาคก่อน เพิ่มเติมคือเงื่อนไขในการสร้าง Tunel, Ferris หรือ Station ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมครับ

กติกาของเกมส์นี้ คือการเก็บสะสมการ์ดในแต่ละสี เพื่อนำการ์ดไปสร้างเส้นทางรถไฟไปยังเมืองต่าง ๆ ที่เราต้องการ โดยเราจะได้รับแต้มจากการสร้างเส้นทางรถไฟในแต่ละครั้ง ยิ่งสร้างยาว (ใช้ไพ่สีเหมือนกันหลายใบ) ยิ่งได้แต้มสะสมเพิ่มมากขึ้นครับ นอกจากนี้แต่ละคนจะมีการ์ดภารกิจลับ ที่จะต้องสร้างทางรถไฟเชื่อมไปยังเมืองต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกันให้สำเร็จ โดยเมื่อสร้างเสร็จแล้วก็จะได้โบนัสคะแนนจากภารกิจนั้น แต่หากใครทำไม่สำเร็จ ก็จะถูกหักคะแนนไปนั่นเอง ความสนุกของเกมส์นี้ คือบางครั้งเมืองที่เราจะไป อาจจะมีเส้นทางผ่านเพียงเส้นทางเดียว จึงต้องมีการขัดขา แย่งชิงเส้นทางกันเกิดขึ้น รวมไปถึงอาจต้องยอมเสียคะแนนเพื่อสร้าง Station ขอยืมทางเพื่อน เพื่อทำให้ภารกิจของเราสำเร็จนั่นเองครับ เกมส์นี้สามารถเล่นได้ตั้งแต่ 2 – 5 คนครับ ใช้ระยะเวลาในการเล่นเฉลี่ยประมาณ 30 – 60 นาทีต่อเกมส์​ ถือเป็นอีกหนึ่งเกมส์ที่ผมชอบนำไปเล่นกับญาติ ๆ ที่บ้าน และดูเหมือนว่า หลาย ๆ คนก็ชอบเช่นกันครับ ^_^

เมื่อเราเก็บสะสมไพ่ได้ครบตามจำนวนสีแล้ว ก้ให้นำมาสร้างทางรถไฟ

4. Camel Up

Who actually is the winner? 

เปลี่ยนบรรยากาศ มาเล่นเกมส์วัดดวง แล้วมาลุ้นกันว่าอูฐตัวไหนจะเข้าเส้นชัยได้ไวที่สุด กับเกมส์ Camel Up! เกมส์ทอยลูกเต๋าชิว ๆ ที่ให้คุณและครอบครัวย้ายไปนั่งอยู่ข้างสนามแข่งอูฐ (อารมณ์สนามม้านางเลิ้งของเรานั่นเอง เอ . . แล้วเด็ก ๆ จะเล่นดีหรอเนี่ย >_<“) ที่จะให้คุณได้พนันแข่งกันว่า ในแต่ละรอบอูฐสีไหนจะวิ่งนำเป็นอันดับหนึ่ง หรือเข้าเป็นอันดับสอง และตัวไหนจะชนะ หรือแพ้เกมส์นี้ครับ เกมส์จะจบลงก็ต่อเมื่อมีอูฐหนึ่งตัววิ่งเข้าเส้นชัย

เกมส์นี้ เล่นได้ตั้งแต่ 2 – 8 คนครับ ใช้เวลาเล่นประมาณ​ 30 นาที ผู้ชนะคือคนที่มีเงินมากที่สุดในตอนที่เกมส์จบครับ โดยแต่ละคนเมื่อถึงรอบการเล่นของตนเอง จะต้องเลือกว่าจะทอยลูกเต๋าเพื่อให้อูฐเดิน (ได้รับเงิน 1 เหรียญ), วาง Oasis เพื่อให้อูฐที่เดินมาตกเดินต่อไปข้างหน้า 1 ช่อง หรือเดินถอยหลัง 1 ช่อง (หากมีอูฐมาตก เจ้าของ Oasis ได้รับเงิน 1 เหรียญ), หยิบพนันอูฐที่จะเดินนำในแต่ละรอบการเดิน, หรือลงพนันอูฐที่จะแพ้/ชนะ ในแต่ละเกมส์ ซึ่งใครเลือกที่จะลงพนันก่อน ก็จะมีโอกาสได้เงินมากกว่าคนที่พนันทีหลัง แต่!! แน่นอนครับ ถ้าจะให้อูฐวิ่งกันธรรมดามันก็อาจจะไม่ท้าท้าย อูฐจึงวิ่งได้ทั้งไปข้างหน้าตัวเดียว หรือแบกอูฐตัวอื่นไว้บนหลัง หรือในบางครั้งอูฐอาจจะต้องเดินถอยหลังไปซ้อนอูฐตัวอื่นก็เป็นได้ ดังนั้นบางครั้งอูฐที่เราเห็นว่า นอนเข้าเส้นชัยมาเลย อาจจะเป็นตัวสุดท้าย ที่วิ่งอยู่ท้ายสุดก็เป็นได้ ใครจะรู้ !!

เวลาอูฐขี่กัน ถ้าทอยได้ลูกเต๋าสีอูฐที่อยู่ตัวล่าง จะต้องพาอูฐตัวบนเดินไปด้วย

5. Dixit

Imaginary is endless . . . 

มากันที่เกมส์สุดท้าย เกมส์สำหรับทุกคนในครอบครัว เล่นได้ทุกเพศทุกวัย อย่าง Dixit: A Picture is worth thousand words ครับ โดย Theme ของเกมส์นี้ก็ง่ายมากครับ โดยแต่ละคนจะสลับเป็นผู้เลือกภาพ และให้ผู้เลือกภาพ พูดคำหรือประโยคที่บ่งบอกถึงภาพ ๆ นั้นขึ้นมา จากนั้นผู้เล่นคนอื่น ๆ จะต้องลงภาพมาอีกคนละใบที่สื่อถึงคำหรือประโยคของผู้เลือกภาพ และสุดท้ายมาทายกันว่า ภาพใบไหนเป็นภาพของผู้เลือกครับ

ความสนุกของเกมส์นี้ ก็คือการที่ผู้เลือกภาพ จะต้องพูดคำหรือประโยคที่ไม่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นภาพของตนเองเกินไป แต่ก็ต้องให้พอเข้าใจได้ว่าหมายถึงภาพไหน เพราะตอนสุดท้ายแล้วหากทุกคนทายถูกหมดว่าภาพไหนคือภาพของเรา หรือไม่มีใครทายถูกเลย ผู้ที่เลือกภาพก็จะอดได้คะแนนในรอบนั้น ๆ ไปนั่นเองครับ ดังนั้นเกมส์นี้จึงเรียกได้ว่า อารมณ์มโน มาเต็มครับ เราจะได้เห็นคำพูดที่ Abstract ไร้สาระ ไปจนถึงคำที่มีสาระมากกกกก จนนึกไม่ถึงว่า อ้าววววว นี่หมายถึงภาพนี้หรอกหรอ? ฮ่า ๆ โดยที่เกมส์จะจบลงเมื่อมีคนได้คะแนนครบ 30 คะแนนก่อนครับ อ๋อออ เกมส์นี้เล่นได้ตั้งแต่ 3 – 6 คนครับ และในบางภาคอาจเล่นได้มากกว่านี้ครับ XD

เมื่อทุกคนลงภาพเรียบร้อยแล้ว ให้นำภาพมาสลับรวมกันและเปิด เพื่อทายว่าภาพไหนคือภาพที่ถูกต้อง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับ Family Game หรือ Boardgame สำหรับครอบครัวที่แนะนำให้รู้จักในวันนี้ เชื่อว่าบทความนี้น่าจะมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ หรือผู้ปกครอง ที่กำลังวางแผนที่จะซื้อ บอร์ดเกมติดบ้านไว้สักกล่อง เพื่อเป็นกิจกรรมยามว่างสำหรับคนในครอบครัว อยู่บ้างใช่ไหมคร๊าบบ :”) แล้วพบกันใหม่ในบทความถัด ๆ ไปนะครับ สวัสดีครับบบบบ

 

แบ่งปันความสนุกให้เพื่อน