ตะกร้าสินค้า

ขายหมด

7 Wonders

฿2,300.00

จำนวนผู้เล่น: 2-7 คน
ระยะเวลาในการเล่น: 30 นาที
อายุผู้เล่น: 10+

กรุณาเลือกประเภทสินค้า

ล้างค่า
หมวดหมู่: ,

รายละเอียด

เกมซีรีย์ 7 Wonders


7Wonders – เกมแข่งกันสร้างอารยธรรมภายใน 30 นาที อารยธรรมของมนุษย์มีการแข่งขันกันชิงดีชิงเด่น อารยธรรมโบราณจึงรังสรรค์สิ่งที่จะบ่งบอกความสุดยอดแห่งอารยธรรมตน ซึ่งสิ่งนั้นปรากฏหลักฐานให้กับเราในยุคปัจจบัน ทั้งที่เห็นมีอยู่ หรือหลงเหลือเพียงเรื่องบันทึก เราเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า สิ่งมหัศจรรย์ และในโลกยุคโบราณ เรามีสิ่งมหัศจรรย์ที่นับว่าเป็นสิ่งสุดยอดอยู่ 7 สิ่ง เราจึงเรียว่า 7 สิ่งมหัศจรรย์ หรือ 7 Wonders

การสรรค์สร้างสิ่งมหัศจรรย์นั้น มาได้จากความสุดยอดของอารยธรรมนั้นๆ ซึ่งดัดแปลงมาเป็นเกมในการพัฒนาอารยธรรมในชื่อของ 7 Wonders

รายละเอียดทั่วไป

ชื่อเกม – 7 Wonders
ผู้ออกแบบ – Antoine Bauza
จำนวน ผู้เล่น 2-7 คน
กลไกของเกม : Card Drafting(เลือกการ์ด), Set Collection (เก็บชุด)
เวลาที่ใช้เล่น 30 นาที
ปีที่ผลิตครั้งแรก: 2010

Components overview

เกมๆนี้ จะมีอุปกรณ์ หลักๆ ก็คือ
1) การ์ดทั้งหลายที่ใช้เล่น
2) การ์ดตัวเสริม อันได้แก่ การ์ด Random และ การ์ดสำหรับ 2 Players variant Game
3) ตามด้วยบอร์ดประจำตัว (Wonder board) ซึ่งจะมี 7 อัน สำหรับผู้เล่นทั้ง 7
4) อุปกรณ์แทนเงิน ซึ่งเม็ดใหญ่ แทนมูลค่า 3 หน่วย และเม็ดเล็ก แทนมูลค่า 1 หน่วย
5) เม็ด Conflict Token ซึ่งจะมี 4 แบบ คือ -1VP / 1VP / 3VP / 5VP
6) Rule Book และ Quick Rules Sheet
7) กระดาษจดคะแนน ซึ่งแถมมาด้วย

Theme

เกมๆนี้ ก็เหมือนกับเกมแนวสร้างอารยธรรมทั่วๆไป คือ เราจะเป็นเจ้าของอารยธรรม แล้วสร้างความเจริญเพื่อให้มีชื่อเสียงขจรขจายไป (คะแนน หรือ Victory Point) อารยธรรมที่ดำเนินไปก็มีการพัฒนาทั้งการทรัพยากร การค้า สิ่งก่อสร้าง การทหารและอื่นๆ ซึ่งเกมๆนี้ได้ย่อเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ในการเล่นเพียง 30 นาที

จุดประสงค์ของเกม

จุดประสงค์ของเกมนี้คือต้องมีคะแนน (Victory Point) มากที่สุด ซึ่งเปรียบเสมือนความเจริญทางอารยธรรมในด้านต่างๆนั่นเอง

วิธีเล่น
รายละเอียดของการ์ด

1- ชื่อการ์ด
2- รูป
3- สีของการ์ด
4- เงื่อนไขการเล่น (ค่าเล่น และ การ Chain จากการ์ดยุคที่แล้ว)
5- ความสามารถ
6- การ์ดที่สามารถ Chain ได้ในยุคหน้า
7- ตัวเลขผู้เล่นในการ Setup

ประเภทของการ์ด
มี 7 ประเภท แบ่งตามสีของการ์ด
1) สีน้ำตาล – ทรัพยากรปฐมภูมิ -> เป็นวัตถุดิบในการสร้างสิ่งต่างๆทั่วๆไป
2) สีเทา – ทรัพยากรทุติยภูมิ -> เช่นเดียวกับสีน้ำตาล
3) สีเหลือง – พาณิชยกรรม -> จะช่วยเหลือในการเล่นให้ดีขึ้น
4) สีน้ำเงิน – สถาปัตยกรรม -> คะแนนล้วนๆ
5) สีเขียว – วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี -> ให้สัญลักษณ์วิทยาศาสตร์ซึ่งจะเป็นคะแนนตอนจบ ยิ่งมีมาก ยิ่งทวีคูณ
6) สีแดง – การทหาร -> ให้สัญลักษณ์โล่ห์ เอาเทียบกับผู้เล่นข้างๆ ช่วง conflict ผู้ชนะ conflict จะได้คะแนน
7) สีม่วง – สมาคมและองค์กร (กิลด์) -> ให้คะแนนแบบพิเศษ ซึ่งจะได้คะแนนตามเงื่อนไข

ด้านหลังการ์ด
จะแบ่งเป็นสามยุค คือ ยุคI ยุคII และ ยุคIII เอาไว้สำหรับเล่นในแต่ละยุค (เทียบแต่ละยุคของเกมนี้คือ แต่ละรอบ เกมนี้มี 3 ยุค หมายความว่าเกมนี้จะเล่นแค่ 3 รอบ)

Setup

จากที่กล่าวตอนต้นเกี่ยวกับตัวเลขการ Setup ซึ่งจะมีตัวเลขต่างๆในการ์ดได้แก่ 3+, 4+, 5+, 6+ และ 7+ ซึ่งหมายความว่าการ์ดใช้เล่นตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป, 4 คนขึ้นไป, 5 คนขึ้นไป, 6 คนขึ้นไป และ 7 คนขึ้นไป ตามลำดับ (แต่เล่นได้สูงสุดที่ 7 คน) สมมติว่า เล่น 5 คน ให้คัดการ์ดทุกใบที่ระบุ 6+ และ 7+ ออก และเล่นการ์ดทุกใบที่เหลือ คือ การ์ดที่ระบุ 3+, 4+ และ 5+

ในการ์ดยุคสาม จะมีการ์ดสีม่วง (กิลด์) ซึ่งจะมี 10 ใบ แต่จะเล่นจริงเท่ากับจำนวนคนบวกสอง เช่นถ้าเล่น สี่คนจะใช้การ์ดสีม่วงนี้ 6 ใบ หรือถ้าเล่นหกคนจะใช้การ์ดนี้ 8 ใบ เป็นต้น โดยให้ทำการสุ่มการ์ดที่เล่นเข้าไป และเอาการ์ดไม่ได้เล่นแยกไว้เป็นความลับ ผู้เล่นจะไม่ทราบว่ามีการ์ดสีม่วงใบใดบ้างที่ได้เล่น

ในกรณีที่เล่นเต็ม Max ที่ 7 คน ไม่จำเป็นต้องคัดการ์ดใดๆออก ยกเว้นการ์ดสีม่วงซึ่งจะใช้ 9 ใบ ให้ทำการสุ่มมาเล่นเช่นกัน

จากนั้นให้ผู้เล่นสุ่มการ์ดที่ใช้ random เพื่อสุ่มสิ่งมหัศจรรย์ (Wonders) ที่จะเล่น เมื่อได้รับการ์ด random แล้ว ให้หมุนการ์ดกลับหัวไปมาก่อน (ด้านหลังการ์ดจะสมมาตรกัน ตามรูป)

จากนั้นหงายเปิดการ์ดดูว่าได้อะไร เมื่อเปิดดูแล้วก็ให้รับ Wonder board ตามที่ระบุ แล้ววางไว้หน้าตัว สังเกตดูการ์ดว่าตอนที่หงายเปิดการ์ดนั้น หันด้าน A หรือ B ก็ให้เล่นด้านนั้น เช่นเปิดเห็นด้าน A ก็เล่นด้าน A ของบอร์ด เปิดเห็นด้าน B ก็ให้เล่นด้าน B เป็นต้น สำหรับตัว Wonder board จะมีสองด้านด้านหน้าและหลังซึ่งจะระบุเป็น A และ B ซึ่งทั้งสองด้านจะมีความสามารถต่างกัน(เล็กน้อย)

ผู้เล่นทุกคนได้เงินตั้งต้นคนละ 3 หน่วย (3 เหรียญ / 3 บาท / 3 ทอง แล้วแต่จะเรียก)

จากนั้นก็เตรียมตัวแจกการ์ดยุคI แล้วเริ่มเล่น

Game Flow

ในหนึ่งยุคหรือหนึ่งรอบจะมีการลำดับการเล่นดังนี้

1. แจกการ์ดยุคนั้น คนละ 7 ใบ (ถ้าคัดการ์ดออกตอน Setup อย่างถูกต้อง กองการ์ดจะหมดพอดี)

2. ในแต่ละยุค แต่ละคนจะมีเทิร์นให้เล่น 6 เทิร์น ซึ่งจะได้เล่นการ์ด 6 ใบ (มีการเล่น 3 แบบ ไม่ว่าเล่นแบบใดก็ต้องเลือกการ์ดเล่น) ในเทิร์นนั้นๆให้ผู้เล่นทุกคนเลือกการ์ด 1 ใบจากมือแล้ววางคว่ำ หลังจากทุกคนเลือกเสร็จก็ให้ขานวิธีเล่นพร้อมกัน ซึ่งในหนึ่งเทิร์นผู้เล่นต้องเลือกการเล่นอย่างใดอย่างหนึ่งในสามอย่าง ได้แก่ เล่นการ์ด, สร้าง wonder (สิ่งมหัศจรรย์) และทิ้งการ์ด (โดยกล่าววิธีที่เล่นในหัวข้อถัดไป)

3. เมื่อผู้เล่นเล่นการ์ดที่เลือกเสร็จแล้ว(ประกาศค่าใช้และจ่ายค่าซื้อวัตถุดิบจากผู้เล่นข้างๆเสร็จสิ้น ดูรายละเอียดที่ 5.4) ให้ส่งการ์ดที่เหลือไปยังผู้เล่นข้างๆ โดย ยุคI จะส่งไปยังผู้เล่นด้านซ้ายตามเข็มนาฬิกา, ยุคII จะส่งไปยังผู้เล่นด้านขวาทวนเข็ม และ ยุคIII จะส่งไปยังผู้เล่นด้านซ้ายตามเข็มเช่นเดียวกับยุคแรก ซึ่งการวนการ์ดนี้ให้ดูที่หลังการ์ดของแต่ละยุคจะมีกำกับทิศที่ทำการวนเอาไว้

4. เมื่อผู้เล่นได้รับการ์ดจากคนข้างๆแล้ว ก็เล่นเหมือนกับข้อ 2

5. เมื่อผู้เล่นได้รับการ์ดแค่ 2 ใบจากคนข้างๆ แสดงว่ากำลังเล่นเทิร์นที่หกของยุคนั้น เมื่อเล่นแล้วจะหลือเพียงใบเดียว ให้ผู้เล่นทุกคนทิ้งการ์ดลงกองทิ้ง การทิ้งลงกองทิ้งให้ทิ้งคว่ำโดยไม่ให้ผู้เล่นคนใดเห็นการ์ดนั้น โดยการทิ้งการ์ดของทุกยุคให้ทิ้งลงกองเดียวกัน

6. เมื่อผู้เล่นเล่นการดใบที่หกของยุคนั้นแล้ว ถือว่ากำลังจะจบยุค ให้ผู้เล่นทุกคนเทียบสัญลักษณ์โล่ห์ของตัวเองที่มีอยู่กับผู้เล่นข้างๆ(เทียบแค่สองคน-ซ้ายมือและขวามือของตัวเอง) คนที่มีสัญลักษณ์โล่ห์เยอะกว่าจะถือว่ารบชนะเพื่อนบ้าน ซึ่งช่วงนี้ของยุคจะเรียบว่า Conflict วิธีเทียบและผลที่เกิดกรุณาดูที่ข้อ 5.5

7. หลังจากเกิด Conflict ในยุคIII ให้นับคะแนนรวมทั้งหมด ตามข้อ 5.6 ใครมีคะแนนมากที่สุดถือเป็นผู้ชนะ

Playing Turn

ในแต่ละเทิร์น เมื่อผู้เล่นทุกคนเลือกการ์ดและคว่ำการ์ดที่เลือกแล้ว ก็จะประกาศพร้อมกันว่าจะเล่นแบบไหนในเทิร์นนี้ โดยผู้เล่นสามารถเล่นได้ 3 อย่างโดยเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่
1. เล่นการ์ด
2. สร้าง Wonder (1 ขั้น หรือ 1 Stage)
3. ทิ้งการ์ด

* การเล่นการ์ด
การเล่นการ์ดนั้น ผู้เล่นจะต้องมีค่าสร้างที่เพียงพอจะเล่นการ์ดนั้น ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้เล่นจะมาจากการ์ดสีน้ำตาล และการ์ดสีเทา (จากนี้จะขอเรียกทั้งสองว่า วัตถุดิบ) ซึ่งการ์ดทั้งสองประเภทจะมีเล่นเฉพาะยุคที่หนึ่งและยุคที่สอง และค่าสร้างการ์ดเหล่านี้มักจะฟรีหรือไม่ก็จ่ายเป็นเงิน ซึ่งผู้เล่นทุกสามารถสร้างได้ในเทิร์นแรกๆ

โดยการ์ดสีน้ำตาลและสีเทานั้นเมื่อเล่นแล้วให้เสียบที่มุมบนซ้ายของ Wonder board ตามรูป เพื่อให้ตัวเองและผู้เล่นคนอื่นเห็นชัดเจน

ความสามารถของการ์ดสีน้ำตาลและสีเทา จะเป็นการให้สัญลักษณ์ของวัตถุดิบต่างๆ เพื่อเอาไว้เป็นค่าสร้างในการ์ดใบถัดๆไป

การเล่นการ์ดประเภทอื่นๆนั้น ผู้เล่นต้องมีค่าสร้างเพียงพอจากการนับสัญลักษณ์ของวัตถุดิบทั้ง 7 ชนิด ดังรูปด้านล่าง

นอกจากการ์ดสีน้ำตาลและสีเทาแล้ว ที่มุมบนซ้ายของตัว Wonder board จะมีสัญลักษณ์ของวัตถุดิบซึ่งผู้เล่นสามารถนำไปใช้เพื่อเล่นการ์ดได้ เช่นเดียวกับการ์ดสีน้ำตาลและสีเทา นอกจากนั้นการ์ดสีเหลืองบางใบสามารถให้สัญลักษณ์เพื่อใช้ในการเล่นการ์ดอื่นได้ด้วย
“สัญลักษณ์ที่ถูกใช้ในการเล่นการ์ดจะไม่หายไป และคงอยู่ไปจนจบเกม”

** การซื้อ
ในการเล่นการ์ดนั้น บางครั้งอาจมีสัญลักษณ์ไม่พอในการใช้เล่นการ์ด การใช้สัญลักษณ์วัตถุดิบทั้ง 7 นั้น บางครั้งอาจจะมีไม่เพียงพอในการเล่น ผู้เล่นสามารถซื้อสัญลักษณ์ในการสร้างจากเพื่อนบ้านได้ (ผู้เล่นทางซ้ายหรือทางขวาที่นั่งติดกัน หรือซื้อทั้งสองคน) การซื้อนั้นไม่จำกัดจำนวนตราบเท่าที่ผู้ซื้อสามารถจ่ายได้ โดยให้ผู้เล่นที่ซื้อจ่ายเงิน 2 หน่วยแก่ผู้ขายต่อหนึ่งสัญลักษณ์ที่ต้องการ และในหนึ่งสัญลักษณ์จะซื้อได้ครั้งเดียว กรณีเป็นเครื่องหมายทับให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

ผู้ซื้อสามารถใช้สัญลักษณ์ที่ซื้อมาในเทิร์นนั้นๆเท่านั้น และสำหรับผู้ขายนั้นจะสามารถใช้สัญลักษณ์ของตัวเองตามปกติ โดยการ์ดที่มีสัญลักษณ์ที่ถูกซื้อจะไม่หายไปไหน นอกจากนั้นผู้ขายไม่สามารถปฏิเสธการขายได้ (ห้ามกั๊ก)

ข้อยกเว้น1 ในการซื้อ นั่นคือผู้เล่นห้ามซื้อวัตถุดิบจากการ์ดสีเหลืองหรือจากความสามารถของ Wonder Board แต่วัตถุดิบจาก Wonder board ที่มุมซ้ายบนของบอร์ดสามารถซื้อได้
ข้อยกเว้น2 เงินที่ใช้ซื้อต้องเป็นเงินที่มีอยู่แล้วไม่ใช่เงินที่เกิดจากการขายในเดียวกัน เช่นถ้ามีเงินอยู่ 3 หน่วย ก็สามารถซื้อของได้ชิ้นเดียว (ซื้อสัญลักษณ์ละ 2 หน่วย) แม้ว่าเทิร์นนั้นจะขายของได้เท่าไหร่ก็ตาม

** การ Chain
เงื่อนไขการที่จะเล่นการ์ดนั้นๆ ยังมีอีกเงื่อนไขคือการ Chain ที่มุมบนซ้ายของการ์ดนอกจากค่าใช้ที่เป็นสัญลักษณ์ของพวกวัตถุดิบต่างๆ บางครั้งยังมีชื่อการ์ดใบอื่น ซึ่งจะเป็นชื่อการ์ดที่สามารถทำการ chain กับการ์ดใบนี้ได้

หากเรามีการ์ดชื่อที่ระบุตรงมุมบนซ้ายของการ์ด เราสามารถเล่นการ์ดใบนั้นโดยไม่ต้องสนใจสัญลักษณ์วัตถุดิบที่จะต้องใช้

นอกจากนั้นที่มุมล่างขวาของการ์ดบางใบจะมีชื่อของการ์ดใบอื่น อันนี้บอกว่า การ์ดใบนั้นสามารถ chain กับการ์ดใบใดได้ในยุคถัดไป และการ์ดใบที่จะ chain มีความสามารถอะไร

ข้อสำคัญในการเล่นการ์ด คือ ห้ามเล่นการ์ดที่มีชื่อซ้ำกันเด็ดขาด

* สร้าง Wonder
การสร้าง Wonder นั้น ใน 1 เทิร์นจะสร้างได้แค่ 1 ขั้น (1 Stage) ทุกๆขั้นที่สร้าง ผู้เล่นจะได้ความสามารถของ Wonder นั้นมา

การสร้าง Wonder นั้น เหมือนการเล่นการ์ด กล่าวคือ ต้องมีสัญลักษณ์ของวัตถุดิบให้ครบในแต่ละขั้นของ Wonder จึงจะสร้างได้ หรือซื้อจากเพื่อนบ้านได้ถ้าขาดสัญลักษณ์ในการสร้างใดๆไป

การสร้าง Wonder ให้ผู้เล่นนำการ์ดที่เลือกและคว่ำพร้อมผู้เล่นคนอื่นในช่วงต้นเทิร์น (ไม่ใช่ต้นยุค) หลังจากประกาศว่าจะสร้าง Wonder แล้วจ่ายค่าสร้างและค่าซื้อครบแล้ว ให้นำการ์ดนั้นไปสอดใต้ Wonder board เป็นการมาร์คว่าได้สร้างไปแล้วดังรูป

การสร้าง Wonder มีข้อจำกัดสำคัญคือ ต้องเรียงจากซ้ายไปขวาของ Wonder board หรือสร้างจากฐานไปยังยอดนั่นเอง เกือบทั้งหมด Wonder จะมีให้สร้าง 3 ขั้น แต่ไม่ได้จำกัดว่า Wonder ขั้นที่ 1 จะต้องสร้างในยุคใด ดังนั้นจะสามารถสร้าง Wonder ทุกขั้นในยุคI ทั้งหมด หรือสร้างในยุคIII ทั้งหมดก็ได้ ขึ้นอยู่กับจังหวะและแผนการเล่นของผู้เล่นนั้นๆ แต่อย่าลืมว่าแต่ละขั้นในการสร้างต้องใช้ 1 เทิร์น สร้าง Wonder 3 ขั้น ก็ต้องใช้ 3 เทิร์น

* การทิ้งการ์ด
ถ้าประกาศว่าทิ้งการ์ด ให้ผู้เล่น ทิ้งการ์ดนั้นลงกองทิ้ง และเก็บเงินจากกองกลางได้ 3 หน่วย
การทิ้งลงกองทิ้งให้ทิ้งคว่ำโดยไม่ให้ผู้เล่นคนใดเห็นการ์ดนั้น โดยการทิ้งการ์ดของทุกยุค ให้ทิ้งลงกองเดียวกัน

Conflict Outcome และ End of Age

ในแต่ละยุคเมื่อเล่นการ์ดครบ 6 ครั้ง จะทิ้งการ์ดใบที่7 และดูผลของ Conflict
การดูผลของ Conflict จะเทียบดูสัญลักษณ์โล่ห์ที่เรามีเทียบกับผู้เล่นข้างๆทั้งสองฝั่ง ฝั่งใดมากกว่าถือว่าชนะ Conflict หากน้อยกว่าถือว่าแพ้ หากเท่ากันถือว่าเสมอ

สัญลักษณ์โล่ห์นั้นจะได้มาจากการเล่นการ์ดสีแดง หรือได้มาจากความสามารถของ Wonder board บางอัน

ผลของ Conflict นั้น
ผู้ชนะในยุคI จะได้ Conflict Token 1VP ผู้แพ้ได้ -1VP
ผู้ชนะในยุคII จะได้ Conflict Token 3VP ผู้แพ้ได้ -1VP
ผู้ชนะในยุคIII จะได้ Conflict Token 5VP ผู้แพ้ได้ -1VP
หากเสมอกัน จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อผู้เล่นทุกคนดำเนิน Conflict ครบทุกด้านแล้ว (2 ด้าน คือ เทียบกับคนซ้ายมือ และคนขวามือ) ก็ให้เริ่มยุคใหม่ ถ้าจบยุคI ก็ให้เริ่มยุคII โดยการแจกการ์ดในกองของยุคII ให้แต่ละคนจนหมด (ซึ่งจะได้คนละ 7 ใบ) หากจบยุคII ก็จะไปแจกการ์ดยุคIII หากจบยุคIII ก็คือจบเกม แล้วนับคะแนน

การคำนวณคะแนน (Victory Point) ตอนจบเกม

เมื่อจบเกมให้นับคะแนนของผู้เล่นแต่ละคน ใครมีคะแนนมากที่สุดเป็นผู้ชนะ

การนับคะแนนจะแบ่งเป็น 7 ประเภท ได้แก่
1. คะแนนจาก Conflict Token (การทหาร)
2. คะแนนจากเงินที่มี
3. คะแนนจาก Wonder board
4. คะแนนจากการ์ดสีน้ำเงิน
5. คะแนนจากการ์ดสีเหลือง
6. คะแนนจากการ์ดสีม่วง (กิลด์)
7. คะแนนจากสัญลักษณ์วิทยาศาสตร์ (การ์ดสีเขียว)

คะแนนจาก Conflict Token (การทหาร)
ให้นับคะแนนที่ระบุใน conflict token ทั้งหมดที่มี ผู้เล่นสามารถมีคะแนนติดลบได้ในกรณีนี้

คะแนนจากเงินที่มี
เงินที่มีทุกๆ 3 หน่วยจะนับเป็น 1 คะแนน เศษปัดทิ้ง

คะแนนจาก Wonder board
ใน Wonder board นั้น ความสามารถของมันเมื่อสร้างเสร็จในแต่ละขั้น (stage) มักจะเป็นคะแนน (สัญลักษณ์แบบเดียวกับการ์ดสีน้ำเงิน) ให้รวมคะแนนเหล่านั้น

คะแนนจากการ์ดสีน้ำเงิน
การ์ดสีน้ำเงินทุกใบจะมีสัญลักษณ์และตัวเลขที่ระบุเป็นคะแนนอยู่ ให้รวมคะแนนเหล่านั้น

คะแนนจากการ์ดสีเหลือง
การ์ดสีเหลืองบางใบ จะให้คะแนนตอนจบได้ด้วย ให้ดูสัญลักษณ์คำสั่งว่าได้จากเงื่อนไขอะไรแล้วรวมเป็นคะแนน

คะแนนจากการ์ดสีม่วง (กิลด์)
เช่นเดียวกับการ์ดสีเหลือง แต่การ์ดสีม่วงมักจะเก็บคะแนนจากเงื่อนไขของผู้เล่นข้างๆด้วย และมักจะได้คะแนนที่สูง

คะแนนจากสัญลักษณ์วิทยาศาสตร์ (การ์ดสีเขียว)
ในการคิดคะแนนจากสัญลักษณ์วิทยาศาสตร์ ให้นับสัญลักษณ์วิทยาศาสตร์ที่เก็บมาได้ทั้งหมด โดยเกือบทั้งหมดจะได้จากการ์ดสีเขียว นอกจากนั้นอาจจะได้จากการ์ดสีม่วง หรือความสามารถของ Wonder board

คิดคะแนนสัญลักษณ์วิทยาศาสตร์มีสองแบบ:
แบบแรก สัญลักษณ์วิทยาศาสตร์จะมี 3 ประเภท จัดชุดสัญลักษณ์ทั้ง 3 ประเภทที่ไม่ซ้ำกัน แต่ละชุดจะให้ 7 คะแนน
แบบที่สอง นับสัญลักษณ์ที่ซ้ำกัน แล้วนำตัวเลขจำนวนที่ซ้ำมายกกำลังสอง เช่น ซ้ำ 1 สัญลักษณ์ ได้ 1 คะแนน, ซ้ำ 2 สัญลักษณ์ ได้ 4 คะแนน, ซ้ำ 5 สัญลักษณ์ ได้ 25 คะแนน เป็นต้น นับรวมทั้งสามสัญลักษณ์
สัญลักษณ์ที่การคิดคะแนนแล้วในแบบที่1 สามารถนำไปคิดซ้ำแบบที่สองได้

วิจารณ์

เกมนี้เป็นเกมที่เหลือเชื่อมากๆที่ใช้ Theme ของการสร้างอารยธรรมมาทำเป็นเกมที่เล่นได้จบใน 20-45 นาที ซึ่งโดยปกติบอร์ดเกมที่ใช้ Theme เหล่านี้มักจะเล่นราวๆ 2 ชั่วโมงขึ้นไป แม้แต่ในเกมคอมพิวเตอร์ เกมแนวสร้างอารยธรรมยังต้องนั่งเล่นไม่ตำกว่า 3 ชั่วโมงต่อหนึ่งด่าน เชื่อว่าหลายคนที่ผู้ชื่นชอบเกมแนวสร้างอารยธรรม เคยตั้งคำถามถึงเกมนี้ว่าจะสนองความชื่นชอบเหล่านั้นได้หรือไม่ แต่ตัวเกมก็สามารถตอบโจทย์นั้นได้เป็นอย่างดี

ถึงแม้ว่าการเล่นจะเบาแต่สามารถเติมเต็ม Theme ของการสร้างอารยธรรมได้เต็มที่ มีการพัฒนาการสิ่งจำเป็นของอารยธรรมทั้งด้านการผลิต ด้านวิทยาการ ด้านการทหาร ถึงแม้จะอ่อนลงในรายละเอียดแต่สามารถทำให้เกมจบลงได้อย่างรวดเร็ว เหมาะที่จะเป็นเกมเริ่มต้น หรือ Gateway สำหรับเกมแนวการสร้างอารยธรรมอย่างแท้จริง ดังนั้นสำหรับเกมนี้ผู้ที่ชื่นชอบ theme แนวสร้างอารยธรรม หรือ ประวัติศาสตร์ ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้การที่เกมสร้างมาเพื่อเล่นได้ถึงเจ็ดคน สามารถตอบโจทย์ของการเป็นเกมฆ่าเวลา ซึ่งตัวเกมเป็นกึ่งๆ Filler อยู่แล้ว โดยเฉพาะในกรณีที่การนัดมาเล่นกันแต่คนมาเล่นยังมาไม่ครบและอยู่ที่ 7 คน

ถึงแม้ว่าการออกแบบการ์ดจะทำมาใหญ่เกินมาตรฐาน ทำให้กินเนื้อที่การเล่น แต่การออกแบบอาร์ตเวิร์คที่ลงตัว ทำการใช้เนื้อที่การเล่นลดลง โดยออกแบบให้สามารถวางซ้อนๆกันให้เห็นเฉพาะด้านซ้ายซึ่งเป็นชื่อการ์ดและความสามารถด้านบน การออกแบบอย่างฉลาดเพื่อให้การใช้พื้นที่เล่นเกิดประโยชน์สูงสุด แต่ถึงกระนั้นการที่ต้องใช้การ์ดจำนวนมากในการเล่นก็ทำให้เกมนี้ใช้พื้นที่มากพอสมควรในการเล่นอยู่ดี

ส่วนกราฟฟิคของเกมก็ถือว่าอยู่ในระดับสุดยอด ภาพที่ออกและการจัดอาร์ตเวิร์คนั้นไร้ที่ติ การวาดภาพถึงสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง7 และภาพที่อยู่ในการ์ด ดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ ต้องให้เครดิตคนวาดภาพอย่าง Miguel Coimbra ที่วาดภาพที่ลงตัวกับเกม

เรื่องการหลีกเลี่ยงการใช้ภาษาของเกมถือว่าทำได้ดี การออกแบบสัญลักษณ์ที่ดูง่ายและสื่อความหมายที่ไม่ซับซ้อน ทำให้เข้าถึงผู้คนได้มากกว่าเกมบางเกมที่มีสัญลักษณ์จำนวนมาก

การเล่นที่เน้นการดราฟการ์ดทำให้เข้าถึงผู้เล่นได้ดี เพราะการดราฟการ์ดนั้น มีเล่นกันอยู่แล้วในหมู่คนที่เล่น CCG ทำให้ตัวกฎการเล่นหลักๆของเกมไม่ซับซ้อนเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้นไปอีก

การ Setup การเล่นนั้น ถึงอาจจะเริ่มไม่ได้ในทันที แต่ก็ใช้เวลาเตรียมไม่มาก และเหมาะสมแล้วกับเกมที่ใช้เวลาราวๆ 20-45 นาที

สำหรับการเล่นนั้น การเล่นที่ให้ผู้เล่นต้องเลือกเล่นพร้อมในทุกๆเทิร์น ทำให้ประหยัดเวลาในการรอเป็นอย่างมาก นับเป็นข้อดีอย่างยิ่ง อีกทั้งรูปแบบกึ่ง Multiplayer-Solitaire ทำให้เวลาคิดเมื่อบอร์ดเปลี่ยนแปลง (Analysis Paralysis) นั้นต่ำ และการที่ต้องดูเหตุการณ์ของผู้เล่นข้างๆอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างการเล่นของผู้เล่นแต่ละคนอยู่ในระดับที่รับได้

การเล่นซ้ำนั้น อาจจะเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความที่จะขอบอกว่า สามารถเล่นซ้ำได้ในระดับหนึ่ง เพราะเกมมีรูปแบบที่ค่อนข้างจำเจ คือ เลือกการ์ด สร้าง และกำหนดสายการเล่นของตัวเอง ซึ่งไม่ได้ละเอียดเหมือนเกมสร้างอารยธรรมทั่วไปที่เล่นกัน 2-6 ชั่วโมงอันมีจำนวนการตัดสินใจจำนวนมากให้เลือก ถึงกระนั้นกว่าจะถึงขั้นที่จะเบื่อเกมนี้ได้ คงต้องเล่นติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งและเล่นกันทุกวัน ซึ่งก็เป็นไปได้ยาก สำหรับนักเล่นบอร์ดเกมที่ตัวเลือกบอร์ดเกมให้เล่นมากมาย

ปัจจุบัน 30 ก.ค. 2554 เกมนี้ติดอันดับที่ 11 ใน BGG เป็นที่เรียบร้อย และเป็นอันดับ1 สำหรับประเภท Family เกมอีกด้วย

ความผิดพลาดในการผลิตรุ่นที่สอง
เกมนี้มีข้อผิดพลาดสำหรับการผลิตในรุ่นสองคือด้านหลังการ์ดของการ์ดยุคIII มีการใช้สีที่ไม่เหมือนกันสำหรับการ์ดบางใบ ทำให้สามารถระบุการ์ดที่จะถึงมือได้ (Marked card)

ข้อดี

1. มี Down-time หรือเวลารอน้อย
2. เข้าใจได้ง่ายทั้งรูปแบบ และสัญลักษณ์ในเกม
3. มีความเหมาะสมมากสำหรับเกมแนวอารยธรรมที่มีเวลาน้อย
4. เหมาะกับผู้เล่นทุกเพศทุกวัยทุกกลุ่ม

ข้อเสีย

1. ไม่สามารถเล่นซ้ำได้หากต้องเล่นเกมนี้อยู่เกมเดียว
2. ขนาดการ์ดใหญ่เกินไป
3. ใช้พื้นที่ค่อนข้างมากในเล่น หากเทียบกับเกมที่ใช้เวลาเท่าๆกัน

ปัจฉิมสาระกับ 7 สิ่งมหัศจรรย์

ดังที่เราๆทราบกันว่า สิ่งมหัศจรรย์ของโลกนั้น ได้จัดของที่สุดยอดเอาไว้ยุคละ 7 อย่าง ซึ่งในเกม 7 Wonders นั้น สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ล้วนเอามาจากตำราที่ว่าด้วยเรื่องของสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ใน โลกยุคโบราณ (Seven Wonders of the Ancient World)

รายชื่อสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 สำหรบผู้ที่มีเกมนี้ คงได้ทราบจากใน Wonder board แล้ว ซึ่งได้แก่

1. Pyramids of Giza

ชื่อทางการคือ Giza Necropolis ชื่อไทยคือ “หมู่พีระมิดทั้งสามแห่งกีซา”
เป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคโบราณเพียงหนึ่งเดียวที่หลงเหลือให้เห็นในโลกยุคปัจจุบัน หมู่พีรามิดนั้น ประกอบไปด้วย มหาพีรามิดแห่งกีซา หรือ พีรามิดคูฟู (Great Pyramid of Giza หรือ the Pyramid of Khufu), พีรามิดคาเฟรและมหาสฟิงซ์(Pyramid of Khafre and Great Sphinx of Giza) และ พีรามิดเมนเคอเร (Pyramid of Menkaure)

โดยพีรามิดนั้นเชื่อว่าถูกสร้างเป็นสุสานของฟาโรห์(กษัตริย์แห่งอียิปต์โบราณ) ของ ฟาโรห์คูฟู, ฟาโรห์คาเฟร และ ฟาโรห์เมนเคอเร ซึ่งเป็นเหล่าฟาโรห์ในราชวงศ์ที่4 ของอาณาจักรอียิปต์โบราณ

ในบรรดาพีรามิดทั้ง 3 แห่งกีซา พีรามิดที่โดดเด่นที่สุดคือ พีรามิดคูฟู (หรือเรียกว่า พีรามิดคีออป ในภาษากรีกโบราณ) ซึ่งจะเราจะเรียกพีรามิดนี้ว่า มหาพีรามิดแห่งกีซานั่นเอง

2. Hanging Gardens of Babylon

ชื่อไทยคือ “สวนลอยบาบิโลน”
สร้างโดยกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ที่ 2 แห่งจักรวรรดิบาบิโลเนียน สร้างขึ้นเอาใจพระมเหสีอมีทีสแห่งมีเดีย (Amytis of Media) ให้หายจากโรคคิดถึงบ้าน โดยการสร้างสวนลอยขนาดใหญ่บนอาคาร ให้มีสภาพเหมือนที่บ้านเกิดของพระนางที่มีภูมิประเทศที่เปี่ยมไปด้วยสวนป่าและพรรณพืชต่างๆ สวนลอยนี้ถูกกล่าวขานว่ามีความสุดยอด เพราะเป็นสวนลอยขนาดใหญ่ที่มีระบบการชลประทานครบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดูมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งของคนสมัยนั้น

สวนลอยได้พังทลายจากเหตุแผ่นไหวที่เกิดขึ้นหลายครั้งในศตวรรษที่2 ก่อนคริสตศักราช

ตำแหน่งที่เคยตั้งอยู่ในปัจจุบันของสวนลอยบาบิโลน ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอัลฮิลลา (Al Hillah) เมืองหลวงของจังหวัดบาบิล (Babil) ใกล้กับแม่น้ำยูเฟรติส ทางตอนกลางของประเทศอิรัก ในปัจจุบัน

สวนลอยบาบิโลนมี อีกชื่อหนึ่งว่า สวนลอยแห่งเซมีรามีส (Hanging Gardens of Semiramis) ซึ่งมีชื่อจากพระนางเซมีรามีส ผู้เป็นตำนานราชินีแห่งของชาวอัสซีเรียนและอาณาจักรอัสซีเรีย แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ที่2 แต่อย่างใด หากเพราะมีการสร้างสวยลอยที่คล้ายกันบนแม่น้ำไทกริสของอาณาจักรอัสซีเรียในเวลาศตวรรษถัดมา ซึ่งสร้างความสับสนพอสมควร

3. Statue of Zeus at Olympia

ชื่อไทยคือ “เทวรูปซูสที่โอลิมเปีย”
ผลงานของช่างประติมากรชาวกรีก ชื่อ ฟิดิแอส (Phidias) โดยเทวรูปซุสนี้สูง 12 เมตร บนฐานกว้าง 10 เมตรครึ่ง ประกอบไปด้วย ทองคำ และงาช้าง สร้างเพื่อเป็นองค์ประธานในวิหารซูส เพื่อการถวายความเคารพแต่เทพซูส เทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในศาสนากรีก
เทวรูปนี้เคยอยู่ในวิหารซูส ที่โอลิมเปีย ประเทศกรีซ (ปัจจุบัน ตัววิหารยังมีซากให้เห็นอยู่) และเชื่อว่าเทวรูปเสียหายจนไม่เหลือหลักฐานชิ้นส่วนจากอัคคีภัยในปี ค.ศ. 475

4. Temple of Artemis in Ephesus

หรือ “Temple of Artemis” หรือ “Temple of Diana” ชื่อไทยคือ “วิหารอาร์เทอมีส”
ตั้งอยู่บริเวรยูฟีซุส ซึ่งก็คือชุมชนแซลชุก (Selçuk) ประเทศตุรกีในปัจจุบัน สร้างเพื่อบูชาเทพีอาร์เทอมีส ในศาสนากรีก วิหารนี้สร้างถึงสามรอบ โดยรอบแรกไม่มีบันทึกเวลาที่สร้าง และเสียหายจากภัยน้ำท่วม สร้างครั้งที่สองในปี 550 ก่อนคริสตศักราช และเสียหายจากการวางเพลิงในปี 356 ก่อนคริสตศักราช ครั้งที่ 3 สร้างเมื่อปี 323 ก่อนคริสตศักราช และพังทลายโดยสมบูรณ์ในปี ค.ศ.401 โดยม็อบ ซากหินจากวิหารอาร์เทอมีสนั้น ถูกขนไปสร้าง ฮาเกียโซเฟีย มหาวิหารในกรุงอิสตันบูลของประเทศตุรกีในปัจจุบัน

5. Mausoleum of Halicarnassus

ชื่อไทยคือ “สุสานแห่งฮาลิคาร์นัสเซิส” หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Tomb of Mausolus (สุสานแห่งโมโซลูส)
เป็นสุสานที่สร้างขึ้นช่วง 353 ถึง 350 ก่อนคริสตศักราช บริเวณฮาลิคาร์นัสเซิส (Halicarnassus) ซึ่งอยู่ในเมืองท่าโบดรุม (Bodrum) ในประเทศตุรกีในปัจจุบัน สร้างโดยราชินีอาเตมีสเซียที่2 (Artemisia II) เพื่อเป็นสุสานบรรจุพระศพของกษัตริย์โมโซลูส (Mausolus) พระสวามี ตัวสุสานมีขนาดความสูง 45 เมตร

สันนิษฐานว่าสุสานแห่งฮาลิคาร์นัสเซิส พลังทลายในคริสตศตวรรษที่12 เนื่องจากแผ่นดินไหว

6. Colossus of Rhodes

ชื่อไทยคือ “มหารูปแห่งโรดส์”
สร้างขึ้นโดย ชาเรสแห่งลินดอส (Chares of Lindos) ประติมากรชาวกรีก ช่วงปี 292 ถึง 280 ก่อนคริสตศักราช โดยสร้างเป็นรูปของสุริยเทพเฮลิออส มีความสูง 30 เมตร สร้างด้วยเหล็กและสำริด ประดิษฐานบนปากอ่าวทางเข้าท่าเรือของเกาะโรดส์ ในทะเลอีเจียน นับเป็นรูปปั้นที่สุงที่สุดในโลกยุคโบราณ
มหารูปนี้สร้างเพื่อเป็นอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะของชาวโรดส์ ที่สามารถยับยั้งการรุกรานของกษัตริย์อันติโกนุสที่1 (Antigonus I Monophthalmus) แห่งมาซิโดเนียได้สำเร็จในปี 305 ก่อนคริสตศักราช
มหารูปนี้พังทลายลงเนื่องจากแผ่นดินไหวในปี 226 ก่อนคริสตศักราช

7. Lighthouse of Alexandria

หรือ Pharos of Alexandria ชื่อไทยคือ “ประภาคารฟาโรสแห่งอเล็กซานเดรีย”
สร้างขึ้นระหว่างปี 280 ถึง 247 ก่อนคริสตศักราช ในสมัยกษัตริย์ปโตเลมีที่2 แห่งอียิปต์ (อียิปต์หลังยุคฟาโรห์) ณ เกาะฟาโรส เมืองอเล็กซานเดรีย ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งอยู่ในอาณาเขตประเทศอียิปต์ในปัจจุบัน ประภาคารนี้มีจุดประสงค์การสร้างเหมือนประภาคารในปัจจุบัน คือ สร้างเพื่อเป็นประภาคารให้แสงนำทางสำหรับนักเดินทางทางทะเลตอนกลางคืน ประภาคารนี้มีความสูง 120-140 เมตร ถือว่าสูงมากในยุคนั้น

ประภาคารเสียหายอย่างมากจากแผ่นดินไหวในปี ค.ศ.956 และมีผู้บันทึกว่าประภาคารพังทลายไปแล้วในปี ค.ศ.1303 และ ค.ศ.1323 อันเนื่องจากแผ่นดินไหวในเวลาที่บันทึกนั้น ต่อมาสุลต่านแห่งอียิปต์เคิตเบย์(Qaitbay) ได้สร้าง Citadel of Qaitbay โดยใช้ซากจากประภาคารและสถานเดิมของประภาคารคือเกาะฟาโรสในการสร้าง เพื่อเป็นป้อมปราการ ในปี ค.ศ.1480

เครดิต: armourer84; thaiboardgame.net


You are the leader of one of the 7 great cities of the Ancient World. Gather resources, develop commercial routes, and affirm your military supremacy. Build your city and erect an architectural wonder which will transcend future times.

7 Wonders lasts three ages. In each age, players receive seven cards from a particular deck, choose one of those cards, then pass the remainder to an adjacent player. Players reveal their cards simultaneously, paying resources if needed or collecting resources or interacting with other players in various ways. (Players have individual boards with special powers on which to organize their cards, and the boards are double-sided). Each player then chooses another card from the deck they were passed, and the process repeats until players have six cards in play from that age. After three ages, the game ends.

In essence, 7 Wonders is a card development game. Some cards have immediate effects, while others provide bonuses or upgrades later in the game. Some cards provide discounts on future purchases. Some provide military strength to overpower your neighbors and others give nothing but victory points. Each card is played immediately after being drafted, so you’ll know which cards your neighbor is receiving and how his choices might affect what you’ve already built up. Cards are passed left-right-left over the three ages, so you need to keep an eye on the neighbors in both directions.

Though the box of earlier editions is listed as being for 3–7 players, there is an official 2-player variant included in the instructions.

lbc

ผู้เขียนที่ชื่นชอบในบอร์ดเกม
คะแนน
  • 7.8/10
    BoardGameGeek - 7.8/10
7.8/10
แบ่งปันความสนุกให้เพื่อน